สมชัย ภัทรธนานันท์: รอยต่อระหว่าง ‘ครอง จันดาวงศ์’ กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

ในแถบเทือกภูพานผืนนี้ว่ากันว่าเป็นเสมือนดินแดนที่แห่งการฟูมฟักการต่อสู้ของประชาชน  โดยเป็นเขตป่าที่มีบริเวณติดกับสามอำเภอของจังหวัดสกลนครคือวาริชภูมิ ส่องดาว และ สว่างแดนดิน  ในอดีตเคยเป็นป่ารกชัฏกว้างใหญ่ มีหมู่บ้านรายล้อมมากกว่า 40 หมู่บ้าน  เป็นพื้นที่แรกๆ ในภาคอีสานที่มีชาวบ้านผู้ตื่นตัวทางการเมือง เข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง  จนเป็นกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในการทำสงครามประชาชน โดยก่อนหน้าการเข้ามามีอิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ในพื้นที่ดงพระเจ้า  ดินแดนแห่งนี้เคยผ่านการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญมากมาย ซึ่งมีผู้นำการเคลื่อนไหวคนสำคัญคือ ครูครอง  จันดาวงศ์  ครูประชาบาลชาวสว่างแดนดิน

ดังนั้นการที่จะเข้าใจการเคลื่อนไหวของคนในดงพระเจ้า ตลอดจนรูปแบบการเคลื่อนไหวของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จึงจำเป็นต้องศึกษาชีวิตการเคลื่อนไหวทางการเมืองของครูครอง จันดาวงศ์  ตั้งแต่การเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย  การเคลื่อนกับไหวกบฏสันติภาพ ไปจนถึงการต่อสู้ในบทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   การต่อสู้ภายใต้การนำของครูครองนำมาสู่ความขัดแย้งกับรัฐทางการจนเสมือนเป็นไม้ต่อไปสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธของ พคท.  ทำให้ดงพระเจ้าแห่งนี้ได้กลายเป็นฐานที่มั่นหลักของการปฏิวัติในระยะเริ่มต้น

ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาลัยมหาสารคาม เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ภาคอีสาน  ซึ่งเคยได้ศึกษาชีวิตการต่อสู้ของครูครอง  จันดาวงศ์ จากเอกสารต่างๆ และจากพูดคุยจากคนใกล้ชิดครอง จันดาวงศ์เอง  เมื่อไม่นานมานี้ มีการแชร์บทความของสมชัยเรื่อง “ครอง จันดาวงศ์ กับการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของชาวนาอีสาน” (วารสารบัณฑิตอาสาสมัคร, ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 กรกฎาคม-ธันวาคม 2557) อย่างคึกคักในโซเชียลมีเดีย

krukrong

นายครอง จันดาวงศ์ หรือ “ครูครอง” (2451-2504) ก่อนเข้าหลักประหารในวันที่ 31 พฤษภาคม 2504 ตามคำสั่งของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

เดอะอีสานเรคคอร์ด : ความคิดทางการเมืองและแนวทางเคลื่อนไหวของครูครอง  จันดาวงศ์ มาจากไหนและมีพัฒนาการยังไง

สมชัย ภัทรธนานันท์ : จะเข้าใจบทบาทการเมืองของ ครูครอง จันดาวงศ์ มันต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทางประเทศ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ 2475 คือครูครองจะมีบทบาททางการเมืองแบบไหนมันไปสัมพันธ์กับการแบ่งฝ่ายทางการเมืองในประเทศไทย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเกิดความขัดแย้งระหว่างปรีดี พนมยงค์กับจอมพล ป. เตียง ศิริขันธ์ และส.ส.อีสานฝ่ายหัวก้าวหน้าให้การสนับสนุนปรีดี เนื่องจากมีแนวคิดที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมและสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย การที่เตียงให้การสนับสนุนปรีดี ทำให้ครองซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเตียงสนับสนุนปรีดีตามไปด้วย และเมื่อปรีดี จัดตั้งขบวนการเสรีไทย ครอง ได้เข้าร่วมกับขบวนการเสรีไทยโดยการชักชวนของนายเตียง การเข้าร่วมเสรีไทยก็ส่งผลทางความคิดกับครูครอง

นอกจากนั้นแล้วครูครองยังมีพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่ง  คือเป็นคนที่ดึงดูดให้ประชาชนยอมรับความเป็นผู้นำได้  คือต้องเข้าใจชนบทในอีสานหรือชนบทที่อื่นๆ ผมว่าก็เหมือนกัน  ในชนบทสมัยนั้นคนมีอำนาจคือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้อิทธิพลอะไรต่างๆ  ชาวบ้านถ้าเห็นคนกล้าหาญมาต่อสู้เช่นไม่กลัวเจ้าหน้าที่ของรัฐมันก็จะเกิดความศรัทธานับถือ  คือปัจจัยภายในของครูครองเป็นที่ทำให้นับถือของชาวบ้าน  โดยเป็นคนกล้าแต่มีเหตุผล  มีความสามารถในการจัดการความขัดแย้ง  ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  ทั้งยังมีอาชีพเป็นครูที่คนนับถือ  หากยังไม่นับเรื่องแนวคิดทางการเมือง  ลักษณะเหล่านี้ทำให้ครองกลายมาเป็นผู้นำในชุมชุนโดยง่าย  พอได้เข้าร่วมเสรีไทยจึงมีบทบาทในการชักจูงชาวบ้านให้มาสนับสนุน

การเข้าร่วมเสรีไทยก็มีความสำคัญในแง่ที่ว่า  เสรีไทยมันเป็นขบวนการที่มีการจัดตั้ง  ทำให้ครูครองได้เรียนวิธีการต่อสู้แบบการรวมกลุ่มจัดตั้ง  วิธีจะทำยังไงให้คนมาเข้าร่วมขบวนการ  การจัดให้การศึกษา  การฝึกฝนคน  มันเป็นการเรียนรู้สำคัญสำหรับครูครอง

ต่อมาหลังจากการเคลื่อนไหวกับเสรีไทยไปแล้ว  ครูครองก็ถูกทางการจับ  จากตอนที่อยู่หมู่บ้านที่ได้คุยเรื่องการเมืองเพียงกับนายเตียงเท่านั้น  แต่ในขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกได้ไปเจอนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆ ที่อยู่ในคุกด้วย  อย่างการที่ได้ไปเจอกับคนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่มีความคิดเรื่องการปฏิวัติ  มันก็เป็นความคิดอีกแบบหนึ่งที่ต่างจากนายเตียงที่มีความคิดแบบปฏิรูป  ฐานความคิดก็เปิดกว้างขึ้นมีความคิดการเคลื่อนไหวที่หลากหลายมากกว่าการคิดจะเป็นแค่ผู้แทนราษฎร  เห็นได้จากการที่เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับขบวนการสันติภาพ มันเป็นการคัดค้านสงคราม คัดค้านจักรวรรดินิยมอเมริกา  เรียกร้องนโยบายทางการเมืองที่เป็นกลาง  แสดงถึงแนวคิดที่กว้างไปกว่าเดิม

อีกอย่างคือการมีโอกาสติดต่อสัมพันธ์กับคนเวียดนามอพยพ  คือช่วงนั้นเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง  ที่ช่วงนั้นปรีดี พนมยงค์ ต้องการอพยพคนเวียดนามออกจากพื้นที่ปะทะตรงเขตชายแดนไทยลาว จึงมอบหมายให้ครูครองเป็นคนดูแลคนเวียดนามเหล่านี้  โดยครูครองได้จัดหาที่ทำกินในภาคอีสานให้กับคนเวียดนามเหล่านี้   ความสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้มีการถ่ายทอดเกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมืองบวกกับวิธีการจัดตั้ง

คนเวียดนามในสมัยนั้นมีความสามารถในการจัดตั้ง  มีความคิดทางการเมือง  มีระเบียบวินัย  มากกว่าพคท.เป็นไหนๆ ซึ่งพคท.ตอนนั้นยังเพิ่งแค่ตั้งไข่เท่านั้น  ยังไม่มีอิทธิพลอะไร  คนเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญแก่พัฒนาการความคิดของครูครองก่อนที่จะเข้าไปมีบทบาทเป็นผู้แทนราษฎรและการเคลื่อนไหวการเมืองหลังการทำรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การเคลื่อนไหวของครูครองในแถบดงพระเจ้ามีลักษณะเป็นการเคลื่อนไหวแบบไหน  มีเป้าหมายอะไร  หรือหยิบยกประเด็นอะไรเป็นจุดร่วม

สมชัย ภัทรธนานันท์ :  แนวคิดของครูครองต้องการประสานการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ  เพื่อจะให้มีการตื่นตัวทางการเมือง  เคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนเพื่อต้องการให้เป็นองค์กรทางการเมือง โดยมีการพามวลชนมาทำงานร่วมกัน  มีการแก้ปัญหาการโดนเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนและจากเจ้าหน้าที่รัฐ  มีอภิปรายร่วมกันมีการลงมติร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชน  ซึ่งต่างจากที่ทางการไทยคิดว่ามีการสะสมอาวุธ  มีการฝึกอาวุธ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การเคลื่อนไหวได้ชูความเป็นภูมิภาคนิยมในการต่อสู้ เหมือนกับการต่อสู้ในอีสานที่ผ่านมาไหมครับ

สมชัย ภัทรธนานันท์: มันไม่จำเป็นต้องใช้ความเป็นลาวหรอก  ชาวบ้านทุกคนก็มีสำนึกลาวอยู่แล้ว  ไม่ใช่มาตั้งมาปั้นกัน  มันเป็นการแสดงมาโดยธรรมชาติ  เรื่องอะไรที่เกิดในฝั่งนั้นมันมาถึงฝั่งนี้  อะไรที่เกิดในเวียงจันทน์ก็เหมือนเกิดในภาคอีสานมันใกล้ชิดกันขนาดนั้น  คือคนยุคหลังมาจินตนาการว่าขบวนการเหล่านี้ใช้ความเป็นลาวมาสู้อะไรแบบนี้  แน่นอนว่าครูครองเห็นอกเห็นใจขบวนการในประเทศลาว  เพราะในตัวเขามันเป็นอย่างนั้นชาวบ้านก็เป็นอย่างนั้น  อย่างเช่นตอนคุณ ถวิล พงศ์สกุล เข้ามาในดงพระเจ้าช่วงแรกๆ ก็โดนชาวบ้านต่อต้านเพราะเป็นคนมาจากภาคกลางพูดภาษาลาวไม่ได้  โดนชาวบ้านแกล้งมาตลอด  โดนหลอกให้กินอย่างนั้นอย่างนี้  ชาวบ้านเขารู้สึกว่าเป็นคนไทยนี่หว่า  ชาวบ้านเขารู้สึกไม่ชอบ  พอเป็นคนภาคกลางเขารู้สึกแยกเลย  ธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้นไม่ต้องมาปลุกระดมอะไรเลย

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การเคลื่อนไหวที่มานี่มีเงื่อนไขทางสังคมอะไรที่ทำให้เกิดขึ้น

สมชัย ภัทรธนานันท์ : สภาพปัญหาในบริเวณนั้นก็เหมือนกันพื้นที่ทั่วไปในภาคอีสานและภาคอื่นๆ คือมีปัญหาการถูกกดขี่จากเรื่องรัฐมากกว่าเรื่องทุนในตอนนั้นมันยังไม่มีการเป็นเจ้าที่ดินอะไรถ้าใครไม่มีที่ดินทำกินก็ถางป่าดงพระเจ้านี้ล่ะเป็นที่ทำกิน  ปัญหาหลักอยู่ที่เรื่องกดขี่ข่มเหงจากเจ้าหน้าที่รัฐ  มันมีงานของ คมสรรค์ มาตุคาม ที่เป็นคนเขียนงานให้ กอ.รมน. ก็จะพูดถึงปัญหาการกดขี่ของรัฐ  ก็คือจับฆ่ารีดไถ  เจ้าหน้าที่ลงไปในหมู่บ้านจะทำอะไรก็ทำ  เช่นไปฆ่าวัวชาวบ้านกินแต่ไปบอกว่าโจรเอาไปขโมยไป  ชาวบ้านก็รู้ว่าใครทำ  แต่ถ้าเถียงไปก็ถูกตั้งข้อหา  ครูครองเองและที่เป็นคนไปแก้ปัญหา พาชาวบ้านไปต่อรองร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่รัฐ

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การที่ทางประเทศลาวเกิดการยึดอำนาจในพ.ศ 2503 โดย นายพลกองแล วีระสาน ในฐานะฝ่ายลาวเป็นกลาง เพื่อล้มรัฐบาลฝ่ายขวาของเจ้าสมสนิท ส่งผลขบวนการเคลื่อนไหวในแถบภูพานไหมครับ

สมชัย ภัทรธนานันท์ : อิทธิพลแค่เรื่องที่ว่ามันอาจจะมีการปราบปรามบริเวณไทย-ลาวเท่านั้นเอง  เพราะตอนนั้นสถานการณ์อะไรที่เกิดในลาวคนในภาคอีสานจะรู้หมด  การที่นายพลกองแลยึดอำนาจคนในอีสานก็มีการพูดกันเยอะ  มีถึงพูดถึงขนาดว่ากองแลหายตัวได้  ยิงก็ไม่เข้าเลยทำให้ยึดอำนาจในลาวได้  คือสิ่งที่เกิดขึ้นในลาวมาส่งผลมาถึงภูมิภาคนี้มาก สิ่งที่ส่งผลกระทบกับครูครองคือแกมองว่าสถานการณ์มันเริ่มตึงเครียด  เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการแล้วจะคิดว่ามาจับกุมขบวนการที่คิดว่าจะร่วมมือกับประเทศลาวเพราะทางการคิดว่ากองแลเป็นคอมมิวนิสต์  ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ นายพลกองแลเป็นฝ่ายที่สาม

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การยึดอำนาจของ  นายพลกองแล วีระสาน ทำให้รัฐไทยมีมุมต่อภาคต่อขบวนการของครูครองเปลี่ยนไปไหมครับ

สมชัย ภัทรธนานันท์ : จริงแล้วมุมมองที่รัฐมองขบวนการลักษณะนี้  เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทางการไทยเปลี่ยนนโยบายต่อขบวนการกู้ชาติในอินโดจีนตั้งแต่สมัยจอมพล ป. เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอเมริกา  เพราะตั้งแต่ก่อนช่วงรัชกาลที่ห้าเป็นต้นมาไทยก็คล้ายๆ ที่ว่าเล่นไพ่อินโดจีนอยู่  คือช่วยเหลือพวกต่อต้านฝรั่งเศสในอินโดจีน จะเป็นคอมมิวนิสต์ไหมไม่ได้สนใจ  สนใจอย่างเดียวคือทำยังไงฝรั่งเศสจะยึดอินโดจีนไม่ได้  เพราะไทยเองก็อยากไปยึด  ขนาดลาวเขมรไทยก็ยังคิดว่าเป็นของไทย  ฝรั่งเศสมันเอาไป  เพราะฉะนั้นใครต่อต้านฝรั่งเศสรัฐบาลไทยช่วยเหลือหมด  ดังนั้นไม่ว่าเวียดมินห์หรือขบวนการณ์ “ปะเทดลาว” ก็ล้วนแล้วแต่มาอยู่ประเทศไทย  ทางการไทยให้ความช่วยเหลืออยู่  แม้แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองแล้วจอมพล ป. กลับมาสู่อำนาจรอบที่สองก็ยังติดต่อกับฝ่ายเวียดมินห์อยู่

แต่พออเมริกามายื่นเสนอมาในราวปี พ.ศ. 2492 ให้เปลี่ยนฝ่ายสนับสนุนเพื่อแลกกับการให้การช่วยเหลือ  ตอนนี้จอมพล ป. ถึงมาเปลี่ยนนโยบายต่ออินโดจีน  ไปรับรองรัฐบาลหนบ๋าว ดั่วที่รัฐบาลฝรั่งเศสจัดตั้งขึ้นและเลิกสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชในอินโดจีน  จึงมีการตั้งข้อหาว่าพวกเคลื่อนไหวช่วยเหลือฝ่ายอินโดจีนในอีสานเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดน  แต่ก่อนมันตั้งข้อหานี้ไม่ได้เพราะรัฐบาลสนับสนุนอยู่

เดอะอีสานเรคคอร์ด : หลังจากทางการไทยเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับอินโดจีนนั้นนำมาสู่ความรุนแรงอะไรบ้างในภาคอีสาน

สมชัย ภัทรธนานันท์ : มันรุนแรงในครั้งที่มีการฆ่าสี่รัฐมนตรีอีสาน  การกวาดล้างถูกคั่นกลางตอนสฤษดิ์เข้ามายึดอำนาจ  ก็เกิดการทำลายเครดิตของ จอมพล ป. โดยรื้อฟื้นคดีการกวาดล้างขึ้นมาพิจารณา  แต่การกวาดล้างในยุคของสฤษดิ์เกิดขึ้นหลังการเหตุการณ์ทางอินโดจีนกลับมารุนแรงอีกครั้ง  ปี 2504 มีการกวาดล้างกว้างทั่วภาคอีสาน  มีการจับกุมในหลายพื้นที่หลายที่เช่นอำเภอนาบัว อำเภอสว่าง  อำเภอหนองหาน เพราะความรุนแรงของฝั่งอินโดจีนนั้นทำให้ฝั่งนี้ตกใจ  ทั้งในลาวและเวียดนาม  ทางการวิตกกังวลว่าการปฏิบัติการของฝ่ายคอมมิวนิสต์กำลังแพร่หลายเข้ามา  ซึ่งตอนนั้นประมาณปี 2504 พรรคคอมมิวนิสต์แหล่งประเทศไทยยังไม่ได้มีบทบาทอะไร  เพราะยังอยู่ในช่วงคลำทางตั้งไข่ยังไม่มีการต่อสู้โดยใช้อาวุธ  ใครที่ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการกู้ชาติในอินโดจีนถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยหมด

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การต่อสู้หลังจากที่ ครูครองเสียชีวิต มีสถานการณ์อย่างไรบ้าง

สมชัย ภัทรธนานันท์ : ลองคิดดู ช่วงที่ครูครองเคลื่อนไหวมาจนถึงปี 2504   พื้นฐานความคิดทางการเมืองก็น่าจะมากขึ้นมากแล้ว  พอครูครองถูกฆ่าเสร็จในช่วงแรกก็มีการตามคุกคามคนใกล้ชิดของครูครอง  คนพวกนี้ก็หนีเข้าป่าไปอยู่กับ พคท. หมดเพราะมันไปทางอื่นไม่ได้แล้ว  ช่วงนั้น พคท. วางแผนจะสร้างกองกำลังอาวุธด้วย  คนที่เข้าไปในป่าก็ถูกจัดตั้งเป็นหน่วยทางการเมือง  ต่อมามีการปราบปรามระลอกใหม่ที่ขยายวงกว้างขึ้นไปถึงชาวบ้านธรรมดา  ขอบเขตมันกว้างขวางขึ้น  คนก็ยิ่งหนีเข้าป่าไปจำนวนมาก  ตรงนี้ก็เป็นตัวเชื่อม  คือจากที่เคยเคลื่อนไหวกับครูครองก็มาเคลื่อนไหวกับ พคท.  แทน มันถ่ายทอดหากันเลย

เดอะอีสานเรคคอร์ด : พคท. เข้ามาตอนไหนครับ มันถึงจะได้เชื่อมต่อกันสนิทขนาดนั้น

สมชัย ภัทรธนานันท์ : เริ่มจากการส่งคนของพรรคมาจากกรุงเทพตอนแรกส่งมาแล้วสองคน ให้มาอยู่กับครูครองเพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ชนบทเท่านั้น ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร  ในลักษณะที่เหมือนกับคนรู้จักฝากกันมา  แต่คนที่เข้ามาเคลื่อนไหวจริงๆ ก็คือ นายถวิล  พงศ์สกุล ที่เขามาเคลื่อนไหวใกล้ชิดกับครูครองในราวปีพ.ศ. 2495  ตอนแรกมาอยู่ในอำเภอสว่างแดนดินจนมาได้ใกล้ชิดกับครูครอง  เลยได้ไปเคลื่อนไหวในดงพระเจ้าด้วยกัน  พอหลังครูครองเสียชีวิตพคท.เลยสามารถจัดตั้งคนในดงพระเจ้าได้ เพราะตอนนั้นชาวบ้านมีความรู้มากแล้ว  ด้วยความที่ดงพระเจ้าเป็นพื้นที่เก่าของครูครอง  ทำให้การขยายงานของ พคท. มีประสิทธิภาพ  คนใน พคท. มองว่าดงพระเจ้าเป็นจุดพื้นที่ที่เป็นไปได้  เห็นภาพว่าจะต้องไปทำงานกับใคร  มีคนเคลื่อนไหวอยู่แล้วและมีความตื่นตัวทางการเมืองมาก

เดอะอีสานเรคคอร์ด : ถึงขนาดที่ว่าคนสำคัญใน พคท. มองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องลงทำงานเลยไหมครับ

สมชัย ภัทรธนานันท์ : จุดสำคัญในแถบภูพานจุดใหญ่มันมีหลายที่เช่นแถบดงหลวง  ส่วนดงพระเจ้าความสำคัญมันอยู่ช่วงแรกในแง่ที่ว่า  เป็นบริเวณที่ใช้เข้าออกระหว่างป่ากับเมืองเพราะเป็นป่าที่มีพื้นที่ติดกับอำเภอสว่างแดนดิน  การประชุมของพรรคครั้งสำคัญหลายครั้งก็จะประชุมที่นั่น  ต่อมาความสำคัญมันก็ลดลงเพราะมันเป็นที่ราบและใกล้เมืองอาศัยอยู่นานๆไม่ได้  มันเสี่ยงต่อการถูกปราบก็ต้องขึ้นไปอยู่บ้านภูพาน  หลังครูครองตายนี้คนเต็มป่าเลย  จากนั้นก็มีการไปขยายงานในเขตอื่นในบริเวณใกล้เคียงทั้งหมด  ก็อาศัยคนจากดงพระเจ้าคนที่ศรัทธาในตัวครูครองไปทำงานขยายพื้นที่ในแถบอื่น  คือคนศรัทธาครองมันมีทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านครู  คนพวกนี้มันมีอิทธิพลต่อชาวบ้าน  เช่นเขตดงสารที่ติดกับดงพระเจ้าก็เป็นคนที่ศรัทธาครูครองเข้าไปทำงานขยายพื้นที่ในแถบนั้น

เดอะอีสานเรคคอร์ด : คิดว่าจริงไหมครับที่มีคนว่าดงพระเจ้าเป็นแหล่งบ่มเพาะของการปฏิวัติ  เหตุการณ์หลายๆ อย่างก็เกิดขึ้นที่นี่

สมชัย ภัทรธนานันท์ : ใช่ครับเพราะมันเป็นจุดแรกที่มีมวลชนเข้าร่วมการปฏิวัติเยอะ  และมีการไปขยายงานที่เขตอื่น  แต่ก็มีเขตอื่นๆที่มีมวลชนเข้าร่วมการปฏิวัติมากเช่นการอย่าง  เขตดงหลวง  ซึ่งต่อมาดงหลวงกลายเป็นเขตที่มีมวลชนมากที่สุดเพราะมันอยู่บนภูเขาอยู่หลังภูพานเลย  มีหมู่บ้านเยอะกลายเป็นเขตศูนย์กลางของภูพาน   ดงพระเจ้าตอนหลังความสำคัญก็ลดลง  เพราะป่ามันก็ถูกถางไปและถูกตัดถนนทะลุผ่าน

เดอะอีสานเรคคอร์ด : ลูกหลานของครูครองมีบทบาทอย่างไรในการเคลื่อนไหวของพคท. บ้างครับ หลังการเสียชีวิตของครูครอง

สมชัย ภัทรธนานันท์ :  คุณวิทิต จันดาวงศ์ ลูกชายคนโต ถูกจับพร้อมครูครองกว่าจะออกมาก็หลัง 14 ตุลา  ทางพคท. ก็รับตัวเข้าไปอยู่ในป่า  ต่อมาก็เป็นกรรมการจังหวัดอยู่ในเขต 222 ที่เป็นเขตของดงพระเจ้าร่วมกับพื้นที่อื่นๆ   คุณควรครอง  จันดาวงศ์ ลูกสาวคนเล็กเป็นหมอถูกส่งไปเรียนหมอที่ประเทศจีน กลับมาปฏิบัติอยู่ฐานที่มั่นทางภาคเหนือ  ออกจากประเทศไปตั้งแต่ 2504-2505  ส่วนลูกชายคนรอง คุณธำรง จันดาวงศ์ หนีออกต่างประเทศไปก่อนคนแรกหลังครูครองเสียชีวิตใหม่  ไปเรียนการทหารที่ประเทศจีนได้กับมาเป็นผู้นำทางการทหารอยู่เขตแถวภาคเหนือน่าแถบภูหินร่องกล้า  เข้าใจว่าหลังครูครองตายไป พคท. ได้พาลูกของครูครองหลบหนีข้ามเข้าไปในประเทศลาวแล้วจึงต่อไปจีน

เดอะอีสานเรคคอร์ด : การต่อสู้ครั้งนั้นมันหลงเหลืออะไรมาถึงทุกวันนี้บ้างครับ

สมชัย ภัทรธนานันท์ : มันต้องเข้าใจลักษณะสิ่งที่เขาเรียกว่าผลสะเทือนทางการเมือง  มันเป็นสิ่งที่ต่างจากของที่เป็นวัตถุที่ถ้ามันคงทนมันก็อยู่อย่างนั้นล่ะ  แต่ว่าผลสะเทือนทางการเมืองมันเป็นเรื่องของความคิดมันผันแปรไปได้  ผมคิดว่าสิ่งที่หลงเหลือจากการต่อสู้ทั้งหมดคือการมีหลักประกันที่จะไม่ถูกละเมิดกดขี่ข่มเหงโดยทารุณอย่างแต่ก่อน  เพราะนี่เป็นบทเรียนของรัฐไทยที่มันสรุปมาแล้วว่าถ้าไปใช้กำลังกับชาวบ้านเขาจะลุกขึ้นต่อสู้และนำไปสู่สงคราม  เราจึงเห็นชนบทที่ไม่มีเสียงปืนหรือความโหดร้ายทารุณ  ไม่มีการจับกุมโดยไม่มีขอบเขต  นอกจากนั้นยังทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการคิดที่ปล่อยให้เผด็จการทหารปกครองไปโดยไม่เปิดให้มีประชาธิปไตยเป็นเวลายาวนาน  ต้องมีระบบรัฐสภา ต้องเปิดให้มีช่องทางอื่นให้สู้  ถ้าไม่มีช่องทางอื่นให้สู้เขาก็ลุกขึ้นจับปืน  เป็นที่มาของ คำสั่งนายกฯ ที่คำสั่ง 66/2523 [เป็นคำสั่งที่ให้โอกาสภาคคอมมิวนิสต์ที่เข้าป่าจับปืนต่อสู้ได้รับนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมด]  และเรื่องราวมันก็ดำเนินมาอย่างยาวนาน  จนมามีรัฐประหารในช่วงหลังซึ่งก็มีขอบเขตในการใช้กำลังมากขึ้น  มันมีบทเรียนแล้วว่าถ้าใช้ไม่มีขอบเขตรัฐเองก็กลัวเหมือนกัน  นี่คือผลสะเทือนที่รุนแรงมาก  ถ้าจะบอกว่ามันทำให้ชาวบ้านมีแนวคิดที่ตายตัว คงไม่ตายตัว ความคิดเรื่องการปฏิวัติอะไรพวกนี้มันอาจจะหายไป  เป็นธรรมดาที่มันต้องผันแปรไป