“ภรรยานักต่อสู้สิทธิ” เข้าพบ ผบช.ภ 3 เร่งรัดการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณี เด่น คำแหล้ หายตัวไป

เขียนโดย ศรายุทธ ฤทธิพิณ

ผบช.ภ.3 ระบุ จะตรวจสอบพนักงานสอบสวนในพื้นที่ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกฎหมาย ด้วยความชัดเจน ถูกต้องหรือไม่ ย้ำจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดใหม่ เพื่ออำนวยความยุติธรรม ที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่า นายเด่น คำแหล้ หายตัวไป มาจากสาเหตุใด

นางสุภาพ คำแหล้ ภรรยานายเด่น คำแหล้ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้เร่งรัดตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าในการการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการหายตัวไปของสามี นายเด่น คำแหล้ ที่หายตัวไปนับแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา

นางสุภาพ คำแหล้ ภรรยานายเด่น คำแหล้ ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้เร่งรัดตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าในการการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการหายตัวไปของสามี นายเด่น คำแหล้ ที่หายตัวไปนับแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 ก.ค.59 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (นครราชสิมา) ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน รวมทั้งนายสมนึก ตุ้มสุภาพ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน และนางสุภาพ คำแหล้ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และขอความร่วมมือในการเร่งรัดการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการหายตัวไปของนายเด่น คำแหล้ (แกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกินและเป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว)  ที่หายตัวไปนับแต่วันที่ 16 เม.ย.59

นางสุภาพ คำแหล้ ภรรยานายเด่น คำแหล้ บอกถึงการเดินทางเข้าพบ ผบช.ภ.3  ว่า เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้เร่งรัดตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าในการการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการหายตัวไปของสามี นายเด่น คำแหล้ ที่หายตัวไปนับแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างป่าสงวนแก่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และหายไปนับแต่วันดังกล่าว ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือน กับ 28 วันแล้ว

ภรรยานายเด่น บอกอีกว่า สามีเข้าไปหาหน่อไม้ในป่า ได้พกสิ่งของที่นำติดตัวไป คือ ย่ามที่ทำด้วยกระสอบปุ๋ย 1 ใบ โดยในย่ามมีขวดน้ำ 1 ขวด มีข้าวเหนียว 1 ปั้น และมีมีดไปด้วย 1 ด้าม นอกจากนี้มีสุนัข 2 ตัว ติดตามไปด้วย  ซึ่งประมาณบ่ายสาม สามีจะออกจากป่ามาเพื่อเตรียมตัวไปขายของที่ตลาดทุ่งลุยลายตามปกติ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวมีเพียงสุนัขตัวเมียแม่ลูกอ่อนที่กลับมาก่อน ต่อมาประมาณ 20.00 – 21.00 น. สุนัขตัวผู้ก็วิ่งกลับมาที่บ้าน แต่ไม่เห็นนายเด่นกลับมาด้วย นับแต่วันที่ 17 เมษายน เป็นต้นมา ทางชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน จึงได้มีการติดตามค้นหา และได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เจ้าพนักงานสอบสวนทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้ และบอกว่ายังไม่เป็นคดีความ เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานหรือร่องรอยใดๆที่จะบ่งบอกว่าสามีของตนเสียชีวิต ทั้งยังบอกอีกว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ หลังจากนั้นตำรวจก็ไม่ได้มีการดำเนินการเท่าที่ควรจะทำ นอกจากลงมาพื้นที่เพียงไม่กี่ครั้ง ตามที่พวกตนเดินทางเข้าไปพบเพื่อขอความร่วมมือให้ลงมาตรวจสอบเท่านั้น

“ในการค้นหาร่องรอยการหายตัวไปของนายเด่น ได้สังเกตว่าสุนัขตัวผู้ที่กลับมามีอาการบาดเจ็บที่หูข้างซ้ายและขวา มีร่องรอยถูกทำร้าย นอกจากนี้ที่ลำตัวและหน้าอกถึงบริเวณลำคอ มีอาการบวมและขาหลังมาอาการเจ็บไม่กินข้าว ซึม และจะมีอาการหวาดกลัวคนหมู่มาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นคนในเครื่องแบบจะออกอาการหวาดกลัวและวิ่งหนี  อีกทั้งสามีของตนเป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ และไม่น่าที่จะพลัดหลงป่า เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน และมีความชำนาญเส้นทาง รวมทั้งไม่เคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกับใคร จึงมีข้อสงสัยว่าการหายตัวไปของสามีจึงทำให้เชื่อว่าถูกทำให้หายไปอย่างมีเงื่อนงำ ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องเห็นร่องรอย และจากหลักฐานที่ปรากฏในสุนัขที่ไปด้วย ทำให้ปักใจได้ว่า สามีของตนต้องถูกทำร้ายและทำให้หายไป จึงเดินทางเข้ามาขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  เพื่อขอให้ท่านใช้อำนาจหน้าที่ในการเร่งรัดการสืบสวน สอบสวนให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรม” ภรรยานายเด่น กล่าว

ทางด้าน พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) แจ้งว่า จะดำเนินการตามที่ผู้ร้องได้เข้ามายื่นหนังสือ และจากที่ได้ร่วมพูดคุยกับผู้เดือดร้อนแล้วนั้น จะมีการตรวจสอบพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งจากผู้ร้องว่า เจ้าหนักงานมีการดำเนินการตรวจสอบครบถ้วน ครบประเด็น ชัดเจนหรือไม่ ขณะเดียวกันจะมีการตรวจสอบข้อข้องใจที่ชาวบ้านสงสัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเจ้าหนักงานได้มีการทำงานที่ถูกต้องตามระเบียบตามข้อกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้จะตั้งคณะทำงานใหม่ขึ้นมาใหม่ โดยจะคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ที่พอจะเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้ โดยจะทำการโอนเจ้าพนักงานสอบสวนชุดเดิมมาขึ้นกับพนักงานสอบสวนชุดใหม่ที่แต่งตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่า นายเด่น หายตัวไปนั้นมาจากสาเหตุใด

ศรายุทธ ฤทธิพิณ เป็นผู้เข้าร่วมโครงการอบรมนักข่าวภาคอีสาน

image_pdf