‘หลากมุม’ กรณีวัยรุ่นอุดรยึดพื้นที่สาธารณะซิ่งรถยกล้อ ตำรวจไล่บี้ ยึดรถ ‘ผิดถูกใครกำหนด’

โดย พิรุณ อนุสุริยา

วัยรุ่นในจังหวัดอุดรธานี รวมตัวซิ่งยกล้อที่ลานทุ่งศรีเมือง แผดเสียงดังจากท่อไอเสีย ส่งเสียงรบกวนชาวบ้าน ในมุมตำรวจการกวดขันสามารถแก้ไขได้แค่ปลายเหตุ  เพราะเหตุกฎหมายไม่แรง หลายฝ่ายมองมุมกลับยังเดือดร้อนน้อยกว่าให้ไปซิ่งตามถนน

‘ทุ่งศรีเมือง’ สถานที่ซึ่งชาวอุดรรู้จักกันดีว่าเป็นสถานที่ใช้จัดงานประจำปี ‘ทุ่งศรีเมือง’ ในช่วงเดือนธันวาคม และจัดงานขายสินค้าในบางเดือน แต่ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านนี้ จะมีกลุ่มวัยรุ่นทั้งในชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยม  อาชีวะศึกษาและช่างกล พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์คู่กาย มาเกาะกลุ่มรวมตัวกันเกือบร้อยคันโดยรอบลานกว้าง ตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน มอเตอร์ไซค์ดัดแปลง กว่าสิบคันเข้ามาขับขี่วาดลวดลาย ยกล้อ เป็นภาพที่น่าหวาดเสียว หลายคนไม่ได้สวมหมวกกันน็อค ขับขี่ด้วยความเร็วและมีบางคันแผดเสียงดังจากท่อไอเสียที่ดัดแปลงมา

‘แอ๊ด’ (ขอไม่เปิดเผยชื่อจริง) นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีบ้านจั่น ผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มรถซิ่งเล่าว่า  แรกเริ่มนั้นมีคนเอารถมอเตอร์ไซค์มาขับยกล้อกันเพียงไม่กี่คัน คาดว่าพอเห็นพวกตนมาขี่บริเวณนี้ คนที่มีใจรักความเร็วเช่นเดียวกันก็คงอยากมาลองขี่ด้วย จากที่แรกเริ่มมีเพียงสามสี่คน ก็เพิ่มมากขึ้น จนตอนนี้มีหลายกลุ่ม ซึ่งต่างก็ไม่รู้จักกันแต่ก็ได้มารวมอยู่ที่นี่เหมือนกัน

“พวกที่เขามากันก็เพราะอยากมาปลดปล่อย ถ้ามายกล้อที่นี่เสร็จเขาก็กลับบ้านใครบ้านมัน ไม่มีจะไปแว้นกันต่อหรอกเพราะมันก็คงล้าแล้ว ผมเองก็เคยแว้นมา เข้าใจพวกเขาอยู่” แอ๊ดกล่าว

เมื่อถามว่าทำไมถึงได้เลือกเป็นที่ลานทุ่งศรีเมือง แอ๊ดมองว่า เพราะบริเวณนี้อยู่ไม่ไกลจากทั้งโรงเรียนและวิทยาลัย พอเลิกเรียนวัยรุ่นก็คงอยากมารวมกันที่นี่ อีกทั้งยีงมีวัยรุ่นบางส่วนจากต่างอำเภอมาร่วมด้วย บางกลุ่มที่ขี่ยกล้อกันเก่งแล้วก็จะแยกไปยกล้อกันอีกฟากของลาน

การถ่วง เป็นทักษะอย่างหนึ่งในการยกล้อ โดยผู้ซ้อนจะคอยถ่วงน้ำหนักให้การยกล้อหงายได้สะดวกขึ้น *คำแนะนำจาก ‘เด็กแว้นซ์’ คือ ถ้าจะฝึกยกแบบถ่วงควรฝึกให้เคยชิน ถ้าจะไม่ถ่วงก็ฝึกแยกกันไป ไม่อย่างนั้นจะสับสนในการควบคุมรถ

พื้นที่สาธารณะกับขอบเขตความเหมาะสมในการใช้พื้นที่

ในช่วงที่ไม่มีการจัดงานประจำปี คนหลายกลุ่มแวะเวียนกันมาพบปะทำกิจกรรมรอบบริเวณทุ่งศรีเมือง ทั้งคนที่มาหัดขับรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ เล่นเครื่องบินเล็ก ซ้อมกีฬาวู้ดบอล (กีฬาคล้ายเปตองแต่ใช้ไม้ตีลูก) แบตมินตันและปั่นจักรยาน

กลุ่มวัยรุ่นที่ยึดลานกว้างเป็นที่ขับรถยกล้อเป็นที่ถูกเพ่งเล็งว่าอาจสร้างความรบกวน บางครั้งตำรวจสายตรวจขับรถเข้ามากวดไล่เนื่องจากการที่มีชาวบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ วัยรุ่นกลุ่มนี้ก็พร้อมแตกกลุ่ม ขับมอเตอร์ไซค์หนีไปกันคนละทิศละทาง

ภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะเข้ากวดไล่รถมอเตอร์ไซค์เกิดขึ้นซ้ำซากนี้ หนึ่งในกลุ่มผู้เล่นเครื่องบินเล็กที่ทุ่งศรีเมือง “อาจารย์แมว”หรือ นายอมรชัย ธนธันยบูรณ์ ได้เห็นเหตุการณ์อยู่บ่อยครั้ง ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าหากมาสังเกตก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งเดือน จะเห็นได้ว่ามีคนมาหัดขับรถกันมาก อาจารย์แมวมองว่าอาจมีอันตรายมากกว่ากลุ่มรถซิ่ง เพราะคนหัดขับยังเป็นมือใหม่มีโอกาสจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าเด็กวัยรุ่นที่ความสามารถในการขับขี่

 “ในความเห็นผมน่าจะจัดแข่งให้เป็นที่เป็นทางไปเลย การที่ตำรวจไปขี่กวดไล่อย่างนี้ แล้วเด็กมันตกใจแล้วรถมันล้ม รถตำรวจที่กวดมาเกิดเบรกไม่อยู่แล้วมันจะอันตรายแค่ไหน ถ้าตำรวจจะมาจับก็น่าจะมาจับเฉพาะพวกที่ท่อมันเสียงดัง ถ้าถามว่าพวกนี้ผิดไหมมายกล้อ มันก็ผิดอยู่ แต่คุณจะให้เด็กมันมายกล้อที่นี่ หรือว่าจะไปยกล้อที่ถนน” นายอมรชัยกล่าว

ผู้พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง (ขอไม่เปิดเผยชื่อ) กล่าวถึงการที่มีวัยรุ่นมายกล้อว่าสร้างความรำคาญแต่พอทนได้ ส่วนเรื่องเสียงของ ถ้ารถที่ไม่แต่งท่อมาเสียงก็ไม่ดังมาก เมื่อถึงค่ำแล้วก็ทยอยกลับกันเป็นส่วนใหญ่ ยอมรับว่าวัยรุ่นมายกล้อที่นี่จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

เช่นเดียวกับผู้มาทำกิจกรรมที่ลานทุ่งศรีเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง (ขอไม่เปิดเผยกิจกรรม) เล่าว่ามีวัยรุ่นมาขี่ยกล้อเป็นประจำ บางทีขับมาแล้วล้มบ้าง พอพวกตนเห็นก็ไม่กล้าว่ากล่าวตักเตือนอะไร บางคันมีเด็กสาวซ้อนท้าย ดูไม่เหมาะสม ส่วนเรื่องเสียงดัง มองว่ารบกวนการทำกิจกรรมของกลุ่มอยู่บ้างเพราะต้องใช้สมาธิบ้างแต่ก็ต้องทน ถึงจะมีตำรวจลงมาบ้าง แต่กลุ่มวัยรุ่นก็จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปหลบ พอเห็นว่าตำรวจไปแล้ว ก็กลับมารวมตัวกันซิ่งเหมือนเดิม

ในการให้ความเห็นหลายครั้งที่ผู้ให้ข่าวแสดงออกว่า ไม่อยากเป็นข่าวเพราะกลัวจะได้รับผลกระทบที่อาจอันตรายมาถึงตน หรือเลี่ยงตอบเมื่อถามถึงผลกระทบต่อการพักอาศัย เพียงให้ความเห็นว่ารำคาญนิดหน่อย ไม่ได้เดือดร้อนมาก

ผู้สื่อข่าวได้ได้ปักหลักสังเกตุการณ์ที่บริเวณลานทุ่งศรีเมืองถึงเวลา 4 ทุ่ม มีวัยรุ่นบางกลุ่มยังคงเหลือขี่มอเตอร์ไซค์โดยรอบลาน บางครั้งจะมีรถยนต์ขับเข้ามาเพื่อขับดริฟท์ ทั้งหมดนี้ไม่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานใด นอกจากบางครั้งที่ตำรวจสายตรวจจะเข้ามาไล่

ตำรวจลงพื้นที่ เพราะได้รับแจ้งว่า รบกวนชาวบ้าน และบ้านพักผู้ว่าฯ

จนเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน รตอ. สกล อุปัญญ์ รอง สารวัตปราบปราม สภ. เมืองอุดรธานี นำกำลังชุดสายตรวจเข้ามาว่ากล่าวตักเตือนวัยรุ่นและสั่งให้ออกจากพื้นที่ทุ่งศรีเมือง ทางตำรวจยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ต่อ เพื่อไม่ให้มีการกลับเข้ามารวมกลุ่มกันอีก จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 ตำรวจสายตรวจได้จับกุมวัยรุ่นชาย 4 คนขึ้นรถกระบะไปยัง สภ. เมืองอุดรธานี ยึดรถมอเตอรไซค์ได้ 5 คัน

หลังการสลายตัวของกองทัพสองล้อ ตำรวจสายตรวจเข้าไปตักเตือนวัยรุ่นบางส่วนที่ยังคงอยู่ท้าทายอำนาจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ให้ออกจากพื้นที่ทุ่งศรีเมือง

22 มิถุนายน 2559 -หลังการสลายตัวของกองทัพสองล้อ ตำรวจสายตรวจเข้าไปตักเตือนวัยรุ่นบางส่วนที่ยังคงอยู่ท้าทายอำนาจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ให้ออกจากพื้นที่ทุ่งศรีเมือง

รตอ. สกล อุปัญญ์ กล่าวว่า เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้พักอาศัยโดยรอบว่าได้รับความเดือดร้อน รำคาญ จากเสียงรถมอเตอร์ไซค์ และมีกลุ่มวัยรุ่นขับรถประมาท หวาดเสียว ซึ่งบริเวณนี้ใกล้กับบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้พิพากษา

หลังจากวันที่ 22 มิถุนายน 2559 เป็นต้นมา ทาง รตอ. สกล อุปัญญ์ ได้สั่งการให้สายตรวจเข้าลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น. เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นที่จะมารวมตัวกันอีก ผู้สื่อข่าวได้

ติดตามอีก 2 วันต่อมา ด.ต. ศักดิ์สิทธิ จันนาวัน ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่เทพารักษ์ โดยมีพื้นที่ทุ่งศรีเมืองเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องดูแล กล่าวว่า

“ข้อหารถดัดแปลงและขับรถเสียงดัง ปรับข้อหาละ 2000 บาท แต่พอเสียค่าปรับ วัยรุ่นก็เอารถออกมาขี่เหมือนเดิม ค่าปรับ 2000 บาทก็ถือว่าสูง แต่ก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นยำเกรงกฎหมาย”

ส่วนในกรณีที่มีการนำรถตำรวจมาขับเพื่อไล่เด็กวัยรุ่น ด.ต. ศักดิสิทธิ บอกว่าเคยมีตำรวจอาสาที่เรียกว่าสายโหด ขับรถกวดไล่บ้าง แต่ตอนนี้ไม่ให้ทำอย่างนั้นแล้ว เพราะอันตราย ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีวัยรุ่นมารวมตัวกัน คงเพราะลานนี้มีการปรับปรุงเป็นพื้นปูนเรียบเสมอกัน จากเมื่อก่อนที่เป็นลานดิน ด้านหนึ่งก็เป็นการดีที่วัยรุ่นมารวมกันที่นี่ เพราะเมื่อก่อนจะไปรวมตัวกันที่ถนนใหญ่ ตามสี่แยกต่างๆ ซึ่งอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

 

พิรุณ อนุสุริยา เป็นผู้เข้าร่วมอบรมนักข่าวภาคอีสานรุ่นที่ 1 (The Isaan Journalism Network Project) เป้าหมาย คือ เพื่อสร้างเครือข่ายคนทำงานด้านสื่อมวลชนในภาคอีสานให้กับเดอะอีสานเรคคอร์ด  โดยเริ่มดำเนินการอบรมตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงเดือนธันวาคม 2559

image_pdf