เร่ง จนท. ทำหนังสือถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หาหลักฐานการหายตัวแกนนำสิทธิที่ดิน

เร่ง ผกก.สภ.ห้วยยาง ทำหนังสือส่งถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อการพิสูจน์หลักฐานกรณีการหายตัวของนายเด่น ด้านพนักงานสอบสวน แจ้งว่า 6 พ.ค.59 ได้ประสานไปยังป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ค้นหาอีกครั้ง

สำนักข่าวปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานว่า วานนี้ (5 พ.ค. 59) ประมาณ 14,00 น. นางสุภาพ คำแหล้ (ภรรนายเด่น คำแหล้) พร้อมทีมชาวบ้านเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน กว่า 10 คน เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อขอเข้าพบผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง (ผกก.สภ.ห้วยยาง) ให้ทำหนังสือขอความร่วมมือส่งถึงผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่พิสูจน์ร่องรอย ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทั้งวัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆ อาทิ ท่อนไม้ เปลสนาม ทั้งหลักฐานทางโทรศัพท์ เพื่อใช้ประกอบหลักฐานในการตามหาร่องรอยการหายตัวไปของนายเด่น คำแหล้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน แจ้งว่า เนื่องจากเป็นวันหยุด ผกก.สภ.ห้วยยาง  ติดธุระไม่ได้เข้ามายังสถานีตำรวจ อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ ประมาณช่วงเช้าของวันที่ 6 พ.ค.59 ทาง ผกก.สภ.ห้วยยาง  จะเดินทางเข้ามายังสถานีตำรวจ โดยจะแจ้งให้ ผกก.สภ.ห้วยยาง  รับทราบ เพื่อทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ได้ส่งมอบท่อนไม้ ยาวประมาณ 2 เมตร และวัตถุพยานหลักฐานอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ : จาก เพจสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ได้ส่งมอบท่อนไม้ ยาวประมาณ 2 เมตร และวัตถุพยานหลักฐานอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ : จาก เพจสำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนบอกอีกว่า ในวันที่ 6 พ.ค.59 จะสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ลงพื้นที่สืบหาร่องรอยการหายตัวของนายเด่น ตามจุดที่น่าสงสัยอีกครั้ง โดยได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านทุ่งลุยลาย ระดมค้นหาอีกครั้ง

นางสุภาพ คำแหล้ (ภรรยานายเด่น คำแหล้) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.59 ประมาณ 16.30 น. ตนพร้อมกับชาวบ้านชุมชนโคกยาว และสมาชิกเครือข่ายชาวบ้าน กว่า 10 คน เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อติดตามความคืบหน้าของเจ้าพนักงานสอบสวน ในการสืบหาร่องรอยการตัวไปของสามี พร้อมกับได้ส่งมอบท่อนไม้ ยาวประมาณ 2 เมตร ซึ่งก่อนหน้านั้นในวันที่ 26 เม.ย.59 ทีมสมาชิก

เครือข่ายฯชาวบ้าน ได้พบท่อนไม้ดังกล่าวตกหล่นบริเวณริมฝั่งลำน้ำพรม ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าหนองไรไก่ ประมาณ 200 เมตร ซึ่งได้พบข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น รอบบริเวณดังกล่าวไม่มีการตัดไม้ อีกทั้งปลายไม้ทั้งสองข้างพบรอยถลอกคล้ายถูกผ้าผูก ซึ่งสมาชิกเครือข่ายฯชาวบ้าน ที่ค้นหาได้บอกลักษณะว่าคล้ายกับมีการมัดของหนักผูกติดกับท่อนไม้หามมาจากที่อื่นแล้วมาทิ้งไว้ยังบริเวณที่พบดังกล่าว

ภรรยานายเด่น กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ส่งมอบเปลสนามที่ทางทีมเครือข่ายชาวบ้านได้พบก่อนหน้านั้นคือเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยลักษณะของเปลถูกผูกติดกับกิ่งไม้ไว้เพียงด้านเดียวบนยอดไม้สูงจากพื้นประมาณ 6 ม. ส่วนอีกด้านได้มีการม้วนเปลเก็บไว้อย่างดี โดยยัดไว้ที่ง่ามกิ่งไม้อีกด้านหนึ่ง คล้ายกับว่าเปลดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์หรือการส่งสัญญาณบอกตำแหน่งบางอย่าง ซึ่งสิ่งของที่ได้พบนั้น ทางทีมค้นหาของเครือข่ายชาวบ้านตั้งใจจะรวบรวมไว้ก่อน และจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ประกอบในการหาหลักฐานเพิ่มเติม

“ภายหลังได้ส่งมอบสิ่งของที่สงสัยมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อในวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้วนั้น ในวันนี้ (5 พ.ค.59) จึงได้เดินทางมายังสถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งทำหนังสือถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงมาตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งทางสมาชิกเครือข่ายฯชาวบ้าน ได้ประสานไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้ว โดยทางสถาบันนิติฯยินดีจะร่วมลงมาตรวจสอบพื้นที่ พร้อมแจ้งว่าให้ทางผู้เดือดร้อนประสานไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ทำหนังสือขอความช่วยเหลือจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นการต่อไป” นางสุภาพ กล่าวทิ้งท้าย

สืบเนื่องจาก วันที่ 16 เม.ย.59 ประมาณ 09.30 น.นายเด่น คำแหล้ แกนนำชุมชนโคกยาวที่ต่อสู้ในเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน และเป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ  เข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เพื่อเตรียมไปวางขายที่ตลาดทุ่งลุยลายในช่วงเย็นของทุกวันตามปกติ  ทั้งบอกอีกว่าให้ภรรยา (นางสุภาพ) ถางหญ้าปรับหน้าดินเตรียมไว้ เพื่อจะนำหน่อไม้มาปลูกบริเวณที่เตรียมดินไว้ จากนั้นนายเด่น ได้เดินเข้าป่าไปพร้อมกับสุนัข 2 ตัว ต่อมาสุนัขอีกตัวกลับเข้ามาประมาณ 15.00 น.ส่วนอีกตัวกลับเข้ามาถึงประมาณ 20.00 น.แต่ไม่เห็นตัวนายเด่นกลับมา นับแต่วันนั้น คือวันที่ 17 เม.ย.59 ได้ช่วยกันแยกออกตามหา เป็นเวลา 21 วัน จนถึงวันนี้ยังไม่พบการหายตัวไปแต่อย่างใด