นายอำเภอ-ทหาร จ.ชัยภูมิ เรียกตัวแกนนำผู้ใช้น้ำหนองทุ่ม เข้าพูดคุยที่สถานีตำรวจ

วันนี้ 23 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 13 .00 น. กลุ่มผู้ใช้น้ำหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ เข้าพูดคุยร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  หน่วยงานการประปาและทหาร ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก้งคร้อ  เรื่องประเด็นการผันน้ำจากอ่างกักเก็บน้ำ

ภาพอ่างกักเก็บน้ำหนองทุ่ม จังหวัดชัยภูมิ ที่มาภาพจาก www.doilan.go.th

ภาพอ่างกักเก็บน้ำหนองทุ่ม จังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งน้ำที่ชาวในพื้นที่ใช้ในการเกษตรและผลิตน้ำประปาในพื้นที่ ที่มาภาพจาก www.doilan.go.th

สาเหตุปัญหาดังกล่าวเริ่มมาจากหน่วยงานการประปาในพื้นที่ต้องการผันน้ำจากอ่างกักเก็บน้ำ  “โป่งช้างน้อย” ซึ่งได้รับน้ำจากเขื่อนลำปะทาว  เพื่อนำไปใช้ในตัวอำเภอแก้งคร้อ  ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่พอใจเพราะอ่างกักเก็บน้ำดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาให้กับชุมชนในพื้นที่และใช้เพื่อการเกษตร  ทางชาวบ้านจึงเกรงว่าจะการผันน้ำเข้าไปในตัวอำเภอแก้งคร้อจะทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการทำการเกษตรในพื้นที่  โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมาทางกลุ่มผู้ใช้น้ำหนองทุ่มจึงได้มีการจัดหารือโดยชาวบ้านในพื้นที่เรื่องดังกล่าวและได้ระดมชื่อเพื่อคัดค้านการผันน้ำดังกล่าวอีกด้วย   หลังจากนั้นนายอำเภอแก้งคร้อได้ติดต่อโทรศัพท์มายังแกนนำของกลุ่มผู้ใช้น้ำหนองทุ่มเพื่อแจ้งการตักเตือนสืบเนื่องการจัดประชุมชาวบ้านดังกล่าวว่าอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ การชุมนุมสาธารณะ

เช้าวันนี้ทางแกนนำกลุ่มผู้ใช้น้ำหนองทุ่มได้รับหนังสือส่งจากนายอำเภอ โดยมีเนื้อหาขอให้ทางกลุ่มส่งตัวแทนเพื่อเข้าไปพูดคุยประเด็นการผันน้ำดังกล่าวที่สถานีตำรวจอำเภอแก้งคร้อ ในเวลา 13.00 น. ทางตัวแทนจำนวน 7 คนของกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ จึงเดินทางเข้าเพื่อพูดคุยตามเวลาและสถานที่ดังกล่าว โดยมีนายอำเภอ ตัวแทนจากหน่วยงานการประปาในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าร่วมพูดคุยด้วย  ภายหลังการประชุมได้มีข้อสรุปให้มีการจัดทำประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อ่างกักเก็บน้ำ

นายสุพจน์ มะติยะภักดิ์ หนึ่งในตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำหนองทุ่ม 7 คนที่ได้เข้าร่วมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า “อยากให้การตัดสินใจเรื่องการผันน้ำเป็นของคนในชุมชนเพราะมันเป็นเรื่องของสิทธิชุมชน  มันเป็นสิทธิของเขา ขอให้ประชามติเป็นถึงที่สุด สิ่งที่ทางกลุ่มกังวลเกี่ยวกับการผันน้ำว่า หากมีการผันน้ำเกิดขึ้นน้ำดังกล่าวจะกลายเป็นสมบัติของทางการประปาภูมิภาค  แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นการตัดสินใจของชุมชน”

image_pdf