ผังเมือง เรื่องย้าย บขส.

สัมภาษณ์ ธรรมวุฒิ อินทจักร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง

ประเด็นปัญหาเรื่องการย้ายจุดจอดรถโดยสารสาธารณะในจังหวัดขอนแก่น จากที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ทุกเส้นทางเดินรถ ไปรวมกับสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 9 กิโลเมตร ตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งจังหวัดขอนแก่น จนทำให้เกิดความไม่พอใจจากหลายฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ

ล่าสุด หลังจากการคัดค้านโดยการเดินขบวนรณรงค์ และยื่นหนังสือคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศาลปกครอง ภาคที่ 4 จังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งรับคำฟ้องของกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบในนาม เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น ที่ยื่นฟ้องอธิบดีกรมขนส่งทางบกทางบก และคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกจังหวัดขอนแก่น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการออกคำสั่งย้ายสถานีขนส่งดังกล่าว และศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองในการใช้ สถานีขนส่งที่ 1 และ 2 แล้ว

ทั้งนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณเขตตัวเมืองของจังหวัดขอนแก่น มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 20,000 คนต่อวัน เพราะอยู่ใกล้กับโรงเรียนและสถานที่ราชการมากมายล้อมรอบ การย้ายสถานีขนส่งแห่งที่ 1 ออกไปรวมกับสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร ย่อมส่งผลกระทบทำให้ผู้โดยสารต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในการโดยสารรถสาธารณะเข้ามาในเมืองอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ยังเป็นคำถาม ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งจังหวัดขอนแก่น ให้เหตุผลว่า การย้ายสถานีขนส่งทั้งหมด พร้อมกับรถโดยสารกว่า 57 สายการเดินรถ ไปรวมกันที่สถานีขนส่ง 3 ซึ่งอยู่รอบนอกตัวเมือง จะสามารถแก้ปัญหาด้านการจราจรในเขตเมืองขอนแก่นได้

แต่เหตุผลดังกล่าวนี้เป็นข้อเท็จจริง จริงหรือ

อีสานเรคคอร์ด ได้สัมภาษณ์ ธรรมวุฒิ อินทจักร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง ขอคำอธิบายปัญหาเรื่องการย้ายสถานีขนส่งในมุมมองด้านผังเมือง เพื่อทำให้ภาพปัญหาดังกล่าวชัดขึ้น

ธรรมวุฒิ อินทจักร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง

ธรรมวุฒิ อินทจักร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง

ประเด็นแรก สถานีขนส่งแห่งที่ 1 ตั้งอยู่บริเวณถนนประชาสโมสร ซึ่งอยู่ในเขตสีแดงของผังเมือง คือ เป็นเขตที่มีอาคารพาณิชย์หน่าแน่น ส่วนสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวของผังเมือง คือ เป็นพื้นที่สำหรับเกษตรกรรม

ตามแผนที่ผังเมืองกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามประกาศกฎกระทรวงบังคับใช้ผังเมืองรวมเมืองขอนแก่น พ.ศ 2542 ซึ่งประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้หมดอายุตั้งแต่ปี 2549 และปัจจุบันยังไม่มีการประกาศผังเมืองฉบับใหม่ออกมาบังคับใช้เป็นเวลากว่า 9 ปี ทำให้เกิดช่องว่างให้มีการปลูกสิ่งก่อสร้างที่ขัดต่อกฎหมายผังเมือง และใช้ประโยชน์ในที่ดินในทางที่ผิดได้ รวมทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาการจราจร เนื่องจากไม่สามารถจัดระเบียบเมือง

ส่วนประเด็นการย้ายสถานีขนส่ง ก็เป็นเรื่องการจัดการผังเมืองเช่นกัน เพราะหากไม่มีการประกาศใช้ผังเมือง ก็ไม่สามารถรู้ถึงทิศทางการเติบโตของเมือง ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ชัดเจนว่า การย้ายสถานีขนส่ง 1 ออกไปจะเป็นการเหมาะสมหรือไม่ หรือ หากสถานีขนส่ง 1 ยังตั้งอยู่ที่เดิม จะมีวิธีการจัดการอย่างไร

สาเหตุจริงๆ ของปัญหาจราจร แก้ปัญหาได้ด้วยการย้าย บขส.

ถ้าจะพูดเรื่องนี้กันจริงๆ เราต้องกลับมาดูที่ตั้งของสถานีขนส่งแห่งที่ 1 ในปัจจุบันกันก่อน ซึ่งในอดีตในประมาณปี 2515 ที่ตั้งตรงนี้ถือว่าเป็นบริเวณชานเมือง จนถึงปัจจุบันเกิดการขยายตัวของตัวเมืองขอนแก่นจนทำให้ในปัจจุบันที่ตั้งของสถานีขนส่งถ้าเทียบกับขนาดเมืองตอนนี้ก็ถือได้ว่าตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง ดังนั้นปัญหาการจราจรจึงตามมาจากรถในตัวสถานีขนส่งเอง หรือรถขนส่งมวลชนในเมือง ก็คือรถสองแถวที่วิ่งเข้ามาในบริเวณสถานีขนส่งเป็นจำนวนมาก

คำถามคือ ปัญหาพวกนี้เราแก้ได้ไหม ผมคิดว่าแก้ได้ในหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งการย้ายตัวสถานีขนส่งออกไปอยู่นอกเมืองก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ถามว่าถ้าสถานีขนส่งมันยังคงอยู่ในเมืองแล้วมีวิธีการอื่นไหมที่จะทำให้มันอยู่ได้ ซึ่งผมคิดว่าทำได้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี มีคนเข้าไปบริหารจัดการอย่างจริงจัง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูแลมันอย่างชัดเจน เช่นอย่างที่มีการทำมาแล้วอย่าง คือทำเป็นทางเดินรถวันเวย์ หรือกำหนดเวลาเข้าออกอย่างชัดเจนห้ามไม่ให้มีการจอดรถค้างไว้ ก็ต้องเป็นหลายฝ่ายที่จะต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งก็มีการทำอะไรแบบนี้อยู่แต่เป็นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น

ถ้าจะมองจังหวัดขอนแก่นในภาพใหญ่ ซึ่งสภาพ ณ ปัจจุบันนี้ ในเมืองขอนแก่นแยกไหนรถก็ติดทั้งนั้น การทำวันเวย์ให้มากเพียงแค่บริเวณที่สถานีขนส่งให้เชื่อมต่อทั้งเมืองมันก็เป็นวิธีอีกอย่าง แต่ก็ไม่มีคนทำ มันก็เลยเป็นปัญหาที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน

สัญญาลักษณ์รูป ดาวสีขาวแสดงตำแหน่งสถานีขนส่งแห่งที่ 1 โดยสังเขป สัญญาลักษณ์รูป ดาวสีแดงแสดงตำแหน่งสถานีขนส่งแห่งที่ 3 โดยสังเขป

สัญญาลักษณ์รูป ดาวสีขาวแสดงตำแหน่งสถานีขนส่งแห่งที่ 1 โดยสังเขป
สัญญาลักษณ์รูป ดาวสีแดงแสดงตำแหน่งสถานีขนส่งแห่งที่ 3 โดยสังเขป

การย้าย บขส. 1 มีความเหมาะสม?

การเสนอย้ายสถานีขนส่ง ผมคิดว่าก็ดีนะ แต่ปัญหาคือการย้ายไปที่ใหม่ ความพร้อมของระบบที่จะไปเสิร์ฟกับสถานีขนส่งที่ใหม่มันพร้อมหรือยัง นี้คือคำถามที่สำคัญมากกว่า การย้ายออกไปโดยระบบที่พูดถึงมันยังไม่พร้อม ไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่จะไปรับคนจากสถานีขนส่งใหม่ส่งเข้ามาในเมือง ก็จะกลายเป็นการสร้างภาระให้คนในเมืองมากกว่า ซึ่งเป็นหน้าที่ใครจะต้องทำ แต่ตอนนี้ทุกฝ่ายต่างลอยตัวเหนือปัญหากันหมด

ถ้าพูดเรื่องผังเมืองจริงๆ ที่ตั้งเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือการบริหารจัดการ ถ้าบริหารไม่ดีคุณไปตั้งตรงไหนมันก็มีปัญหา ในต่างประเทศมีศูนย์กลางการขนส่งที่ทั้งอยู่ในและนอกเมือง หรือมีทั้งสองแบบในเมืองเดียว แต่เขามีระบบย่อยที่เข้ามาสอดรับกับระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่รองรับคนจำนวนมาก ถ้าจะเทียบก็คงเหมือนหมอชิตที่กรุงเทพ ซึ่งตอนนี้ก็จะย้ายหมอชิตไปที่รังสิต ก็เกิดคำถามเดียวกัน แล้วอย่างนี้สถานีขนส่งต้องย้ายไปเรื่อยๆ หรือเปล่า ถ้าเมืองขยายออกไปเราจำเป็นจะต้องย้ายกันไปหรือเปล่า

หมายถึงปัญหาการจราจรในเมืองขอนแก่น อยู่ที่การจัดการระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบ

เรามีสถานีขนส่งเราจะดูแลมันยังไง จนไปถึงการที่เราต้องคิดว่าการใช้รถยนต์เป็นขนส่งหลักอย่างทุกวันนี้ ถ้าในอนาคตมันยังใช้ได้อยู่ไหม อย่างในระบบคิดของทางฝั่งประเทศยุโรปใช้ระบบรางในการขนส่งคนเชื่อมต่อประสานเป็นโครงข่ายกันทั้งประเทศ ใช้ระบบรางในการเชื่อมต่อจากเมืองสู่อีกเมือง แต่ของประเทศไทยไปให้ความสำคัญกับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถโดยสารสาธารณะ สมัยก่อนกรุงเทพก็มีระบบราง รถรางเองก็มีใช้ในกรุงเทพ ตอนนี้รอยรถรางก็มีอยู่ ไทยเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียที่มีระบบราง หลังจากอังกฤษและบางประเทศในยุโรปเริ่มทำ รัชกาลที่ห้าก็นำระบบรางเข้ามาทำในประเทศไทยเพียงไม่กี่ปีต่อจากนั้น แต่มันก็หยุดอยู่แค่นี้ รถไฟเราเองก็มีเส้นทางอยู่แค่นี้ ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพระบบรางมันแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ได้มากกว่า

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเส้นทางในการเดินทาง การที่สถานีขนส่งแห่งใหม่ตั้งอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมือง แต่อีกสักยี่สิบปีต่อไปมันจะยังเป็นถนนเลี่ยงเมืองอยู่ไหม ถ้าถึงเวลาที่ถนนเลี่ยงเมืองกลายมาเป็นถนนในเมืองต้องทำอย่างไร อย่างถนนมิตรภาพในตอนนี้ จากที่เป็นถนนไฮเวย์ตอนนี้ก็กลายเป็นถนนกลางเมืองไปแล้ว ถ้าสะท้อนจากตรงนี้ไปที่สถานีขนส่งใหม่ ณ วันหนึ่งถนนเลี่ยงเมืองก็ต้องกลายเป็นถนนในเมือง สถานีขนส่งก็ต้องย้ายอีก แล้วเราต้องย้ายออกไปเรื่อยๆ อีกหรือเปล่า

ถ้าเราคุยกันว่าอีกสามสิบปีถนนตรงนี้จะกลายเป็นถนนในเมือง แล้วมีระบบอะไรสักอย่างมารองรับไว้แล้ว เช่นระบบราง อย่างที่มีความคิดจะทำรถราง BRT หรืออะไรแบบนี้ สถานีขนส่งก็ไม่จำเป็นต้องย้ายอีก แต่หากไม่คุยกันตั้งแต่ตอนนี้ มันก็จะกลายเป็นแบบสถานีขนส่งเก่าอีก ถ้ายังมีการปล่อยให้ใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสมเมืองก็จะวุ่นวายแบบนี้