ขอนแก่นฮือค้าน “ย้าย บขส.” ชี้ต้องมีสองสถานี

6 สิงหาคม 2558

ขอนแก่น – วันนี้ เวลาประมาณ 8.30 น. เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น ซึ่งประกอบด้วย ชุมชน บ.ข.ส. ขอนแก่น กลุ่มรักพัฒนา บ.ข.ส. ขอนแก่น เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟ 18 ชุมชน เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ 15 ชุมชน และเครือข่ายคนไร้บ้านขอนแก่น ประมาณ 600 คน รวมตัวเดินขบวนจากสถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 1 ไปยัง ศาลากลางจังหวัด เพื่อคัดค้านมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก จังหวัดขอนแก่น ที่ให้ย้ายสถานีขนส่ง แห่งที่ 1 ไปรวมกับสถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 3 ภายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ โดยทางเครือข่าย มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกมติดังกล่าว และให้เปิดใช้ทั้งสองสถานีคู่กัน หลังจากที่ทางคณะกรรมการ ได้มีมติให้ย้ายสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ไปแล้วก่อนหน้านี้

กลุ่มผู้คัดค้านการย้ายสถานีขนส่งขอนแก่นจาก แห่งที่ 1 ไปแห่งที่ 3 ในนาม เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมตัวเพื่อรณรงค์ให้ยกเลิกคำสั่งย้ายสถานีในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และเรียกร้องให้มีการใช้สถานีขนส่งทั้งสองสถานี

กลุ่มผู้คัดค้านการย้ายสถานีขนส่งขอนแก่นจาก แห่งที่ 1 ไปแห่งที่ 3 ในนาม เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมตัวเพื่อรณรงค์ให้ยกเลิกคำสั่งย้ายสถานีในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และเรียกร้องให้มีการใช้สถานีขนส่งทั้งสองสถานี

เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น ให้เหตุผลในการคัดค้านครั้งนี้ ว่า การย้ายสถานีโดยสาร ออกไปสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเกือบ 10 กิโลเมตร จะสร้างความเดือดร้อน และเพิ่มภาระค่าเดินทางให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งที่ตั้งปัจจุบันของสถานีขนส่งแห่งที่ 1 อยู่บริเวณศูนย์ราชการ และอยู่ใกล้กับโรงเรียนหลายแห่ง ซึ่งสะดวกกับผู้ที่ต้องการติดต่อราชการ นักเรียน และผู้โดยสารทั่วไปสามารถเดินทางต่อไปยังใจกลางเมืองด้วยบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างง่ายดาย ศศิธร เพียวง หนึ่งในผู้ร่วมเรียกร้อง วัย 19 ปี กล่าวว่า “มันสะดวกกว่ามากถ้าสถานีโดยสารตั้งอยู่ที่เดิม เพราะมันง่ายที่จะเดินทางต่อ ตอนที่เป็นนักเรียนก็ใช้บริการรถที่สถานีนี้เป็นประจำ ถ้าต้องย้าย นักเรียนคงเดินทางกันลำบาก และค่าใช้จ่ายคงเพิ่มขึ้น”

นอกจากผู้โดยสารจะได้รับผลกระทบแล้ว ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการทั้งใน และรอบๆ บริเวณสถานีขนส่ง รวมถึงชุมชนใกล้เคียง ก็ได้รับผลกระทบด้วย โดย บรรพต ชมรัตน์ พนักงานขับรถสายขอนแก่นอุบลราชธานี กล่าวว่า “ผมได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะทำงานเป็นพนักงานขับรถ สถานนีแห่งนี้ตั้งมา 40-50 ปีแล้ว อยู่ดีๆ ก็จะมาย้าย ผม กับคนขับรถอีกเป็นร้อยก็อาจตกงาน” ลำพัน สีลาไกล แม่ค้าหาบเร่วัย 34 ปี อาศัยอยู่ในชุมชนทางรถไฟไม่ห่างจากสถานีขนส่งนัก ให้ความเห็นเพิ่มเติม “ถ้าสถานีขนส่งย้ายออกไป ฉันคงขายของได้ยากขึ้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำยังไงต่อ ถ้าย้ายสถานี”

ด้านแกนนำของเครือข่ายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือยื่นไปยังหน่วยงานต่างๆ แต่ไม่ได้รับการพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเร่งรีบเดินหน้าโครงการ ไม่รับฟังเสียงของผู้ที่คัดค้าน อ้างว่ามีการศึกษาผลกระทบ แต่กลับไม่เปิดเผยให้สาธารณะรับทราบ รวมทั้งใช้การตัดสินใจของคณะกรรมการท้องถิ่น โดยไม่ผ่านมติของกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นการดำเนินการที่ผิดระเบียบ บุญมี เต็งเจริญ วัย 53 ปี หนึ่งในแกนนำของกลุ่มคัดค้านเชื่อว่า “ปัญหานี้ เป็นเรื่องการคอรัปชันล้วนๆ”

กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวปราศัย รวมถึงร้องเพลงสร้างขวัญกำลังใจหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในขณะที่แกนนำเจรจากับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการการแจกน้ำและอาหารเพื่อบรรเทาความหิว

กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวปราศัย รวมถึงร้องเพลงสร้างขวัญกำลังใจหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในขณะที่แกนนำเจรจากับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการการแจกน้ำและอาหารเพื่อบรรเทาความหิว

จากนั้นเวลาประมาณ 9.15 น. นายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้ารับฟังปัญหาของทางกลุ่ม โดยนายทวีวัฒน์ อนันตรักษ์ หนึ่งในแกนนำ อ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่

  1. ให้มีการเปิดใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารร่วมกันทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 1 และสถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3
  2. ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งกำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก มีคำสั่งให้มีนโยบายการใส้สถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่นร่วมกันทั้ง 2 สถานี ตามข้อเรียกร้องที่ 1 โดยให้รัฐมนตรีช่วย มาเป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดขอนแก่น ภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2558
  3. ถ้าภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2558 ทางเครือข่ายยังไม่ได้รับคำตอบอันเป็นที่น่าพอใจ เครือข่ายปกป้องสิทธิประชาชนชาวขอนแก่น จะมีมาตรการยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

หลังจากรับฟังแถลงการณ์ ทางจังหวัดได้เชิญกลุ่มแกนนำเข้าร่วมประชุม โดยมีนายพัฒนสันต์ เสงี่ยมศรี นายสวาท อุปฮาต นายวัชรินทร์ เสริมสิริกาญจนา นายทวีวัฒน์ อนันตรักษ์ และนายจิตติ เชิดชู เข้าร่วม และมีนายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน ร่วมด้วย รอง ผอ.กรมน.จังหวัดขอนแก่น นายอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น ขนส่งจังหวัดขอนแก่น และป้องกันจังหวัดขอนแก่น ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้นการเจรจา

หลังเสร็จสิ้นการเจรจา ทางแกนนำ ได้อ่านบันทึกข้อตกลง ร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมฟัง โดยมีใจความ ดังนี้

  1. ขอให้ทบทวนการย้ายสถานีขนส่งแห่งที่ 1 ไปรวมที่สถานีขนส่งแห่งที่ 3 และขอให้ใช้สถานีขนส่งทั้ง 2 แห่งร่วมกัน
  2. ขอให้ รมช.คมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ มาเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนวันที่ 22 สิงหาคม 2558 และในระหว่างนี้ ทุกฝ่ายต้องยุติการเคลื่อนไหวไว้ก่อน จนกว่าจะได้ประชุมปรึกษากัน และขอให้กำหนดการประชุมปรึกษา ณ จังหวัดขอนแก่นโดยเร็ว

หลังจบการอ่านบันทึกข้อตกลง แกนนำจึงขอให้ผู้ร่วมชุมนุม สลายตัว และรอเข้าร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็น

นายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายทวีวัฒน์ อนันตรักษ์ ร่วมอ่านบันทึกข้อตกลงให้ผู้ร่วมชุมนุมรับทราบ หลังร่วมหารือกันนานกว่า 3 ชั่วโมง

นายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายทวีวัฒน์ อนันตรักษ์ ร่วมอ่านบันทึกข้อตกลงให้ผู้ร่วมชุมนุมรับทราบ หลังร่วมหารือกันนานกว่า 3 ชั่วโมง

ด้านนายทวีวัฒน์ อนันตรักษ์ หนึ่งในแกนนำซึ่งเข้าร่วมประชุมเจรจา กล่าวหลังการเจรจาว่า “ผมคิดว่า เป็นไปได้ที่รัฐมนตรี จะเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของเรา หลายจังหวัดในประเทศไทยก็มีสถานีขนส่งสองสถานี ตอนนี้ทั้งสองสถานีของขอนแก่น ก็ใช้งานได้ดี”

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตกลงที่จะส่งข้อเรียกร้องของทางกลุ่ม ต่อไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อกำหนดวันรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนวันที่ 22 สิงหาคม โดยนายทวีวัฒน์ยืนยันว่า ขอนแก่นต้องใช้สถานีขนส่งทั้งสองสถานี และจะต่อสู้จนกว่าจะประสบความสำเร็จ “ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังบังคับให้เรายอม เราจะสู้ทุกวิธีที่ทำได้ เราจะไปเรียกร้องที่กระทรวงคมนาคม หรือแม้แต่เรียกร้องโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี” เขากล่าวทิ้งท้าย

image_pdf