สหภาพยุโรปสนับสนุนโครงการภาษาอีสาน

ขอนแก่น – เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานนอกประเทศแห่งสหภาพยุโรป ได้ให้การสนับสนุนโครงการภาษาอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์และพื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสหภาพยุโรปได้สนับสนุนเงินทุนกว่าห้าแสนยูโรเพื่อจัดทำการรวบรวมภาษาอีสาน เพื่อใช้ในการเรียนรู้ในโรงเรียนเทศบาลต่างๆ และทำป้ายภาษาท้องถิ่น

โครงการนี้จะพัฒนาหลักสูตรภาษาอีสานซึ่งจะใช้ในโรงเรียนเทศบาล ๑๗ แห่ง บันทึกและรวบรวมเกี่ยวกับการฟ้อนรำและการแสดงต่างๆ ใช้ป้ายภาษาอีสานอย่างเป็นทางการในเมือง และริเริ่ม “วันอีสาน” ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐสวมใส่เสื้อผ้าท้องถิ่นของอีสาน ซึ่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองพล ชุมแพ และบ้านไผ่จะทำงานร่วมกันตลอดสี่ปี ด้วยหวังว่าจะทำให้เกิดมุมมองต่อภาษาและวัฒนธรรมอีสานที่ดีขึ้น

นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวเปิดงาน(เป็นภาษาอีสาน) เกี่ยวกับความจำเป็นในการรักษาภาษาอีสานไว้ให้คนรุ่นหลัง และส่งเสริมให้คนอีสานไม่รู้สึกละอายที่จะใช้ภาษาอีสานว่า “คนอีสานนั้นอายที่จะพูดภาษาของตัวเอง ผมต้องการให้คนอีสานรู้ถึงคุณค่าของมัน”

สื่อหลักของประเทศทำให้คนอีสานไม่ต้องการใช้ภาษาอีสานในการพูดแบบทางการ จอห์น แดรปเปอร์ นักวิจัยด้านภาษาศาสตร์เชิงสังคมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน อธิบายว่า ในละครโทรทัศน์ชาวอีสานมักจะได้รับบทให้เล่นเป็น “คนรับใช้ แรงงาน และลูกจ้าง และถูกเน้นให้ชัดเจนมากขึ้นผ่านสำเนียงการพูดของพวกเขา ซึ่งมักถูกทำให้เป็นเรื่องขำขัน”  และจากการศึกษาโดยการสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วประเทศเกี่ยวกับคนที่พูดภาษาอีสานแสดงให้เห็นว่า “คนส่วนใหญ่จะมองว่า คนอีสานไม่มีการศึกษา และเป็นคนซื่อ แต่มีความซื่อสัตย์และขยันทำงาน”

นายแดรปเปอร์ (ซึ่งเขียนบทความให้กับ เดอะ อีสาน เรคคอร์ด) กล่าวว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างมุมมองเกี่ยวกับคนอีสานให้ดีขึ้นผ่านการยอมรับจากสาธารณะ แต่ยังจะช่วยปิดช่องว่างของคะแนนสอบระหว่างนักเรียนในภาคอีสานและภาคกลางได้ จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ใช้ภาษาแม่ในการเขียนอ่านตั้งแต่ตอนเด็กนั้น มักจะประสบผลสำเร็จมากขึ้นในการเรียนในโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม การสอนภาษาอีสานยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง ภาษาไทยกลางเป็นเพียงภาษาเดียวของประเทศไทยที่ใช้เป็นภาษาราชการ และรัฐบาลก็ได้ต่อสู้มายาวนานในการรักษาความสามัคคีภายใต้การใช้ภาษาเพียงภาษาเดียว และกีดกันการใช้ภาษาถิ่นในชั้นเรียน

คุณปรียา แววหงษ์ เจ้าหน้าที่โครงการของสหภาพยุโรปซึ่งได้เข้าร่วมพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวว่า ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยที่เริ่มใช้เมื่อร้อยปีที่ผ่านมาแล้ว คุณปรียาอธิบายว่า “การใช้เพียงภาษาเดียวเป็นวิธีการเพื่อใช้ในการควบคุมไม่ใช่เพื่อผลทางด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการควบคุมประชาชนโดยการใช้ภาษาไทยกลางในโรงเรียน (ในช่วงการรวมประเทศ) ในขณะนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ตอนนี้เราพบว่ามันไม่ใช่ควรเป็นแบบนั้นอีกต่อไปเราจำเป็นต้องฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น”

แม้ใครหลายคนอาจจะกลัวว่าการอนุญาตให้ใช้ภาษาถิ่นในโรงเรียนอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้าง “ความสามัคคีในชาติ” แต่โครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโรงการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสานได้ให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป มูลนิธิเอเชีย ซึ่งเป็นองค์อิสระที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาของภูมิภาคนี้ ได้ใช้วิธีการคล้ายๆ กันในจังหวัดชายแดนใต้มาเกือบห้าสิบปีแล้ว คิม แมคเคย์ ตัวแทนองค์กรประจำประเทศไทยกล่าวว่า “เมื่อเราทำการสำรวจความมุมมองของประชานทั่วไป ผู้คนจำนวนมากพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ แต่พวกเขาต้องการความเข้าใจร่วมกันและความเคารพ โครงการภาษาของเรานั้นได้นำความต้องการนั้นมาทำในเชิงปฏิบัติ”

มิสเตอร์ แดรปเปอร์ เจ้าหน้าที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน มั่นใจว่าโครงการนี้จะยังคงได้รับการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อย่างผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายสมบัติ ตรีวัฒน์-สุวรรณ ด้วยการสนับสนุนให้คนอีสานสนใจในการเรียนรู้ภาษาแม่ มิสเตอร์แดรปเปอร์เปิดเผยว่า “การสนับสนุนนั้นจะต้องไล่ลงมาจากคนที่มีอำนาจสูงสุดมา แต่หลักการและวิธีการเสนอองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไปนั้นจะมาจากโครงการริเริ่มอย่างเป็นทางการในวันน ซึ่งจะทำให้เกิดการขยายโครงงานให้กว้างขึ้นต่อไป”

image_pdf