บทสัมภาษณ์ : ขอนแก่นกับศิลปะสตรีทอาร์ท

กระแสความเคลื่อนไหวของงานศิลปะแขนงหนึ่งที่เรียกว่า สตรีทอาร์ท ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นเคยกันนักตอนนี้ งานศิลปะแขนงนี้ได้เกิดขึ้นในใจกลางเมืองขอนแก่นแล้ว โดยกลุ่มนักศึกษาที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัยและเคยเล่นกีฬาอย่าง สเก็ตบอร์ดได้สร้างความประหลาดใจให้กับชาวขอนแก่นด้วยงานศิลปะที่แปลกตา ซึ่งพวกเขาได้วาดรูปลงบนกำแพงและพนังของตึกมากมายในขอนแก่น พวกเขาเรียกตัวเองว่า ดู๊ด แฟคทอร์รี่ กระแสของศิลปะร่วมสมัยอย่างสตรีทอาร์ทนั้น ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักในภาคอีสาน แต่กลุ่มศิลปินเหล่านี้ได้ทำให้ศิลปะชนิดนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นและ จุดมุ่งหมายของพวกเขาคือการสร้างความเคลื่อนไหวด้านศิลปะให้กับภูมิภาคนี้ เดอะอีสานเรคคอร์ดได้มีโอกาสนั่งสนทนาและสัมภาษณ์กับสามศิลปินจากดู๊ด แฟคทอร์รี่ – ฟลอยด์, เบเบี้เอดตี้ทรี และวิงค์ (ชื่อเรียกขานในวงการศิลปะ) ซึ่งพวกเขาได้เล่าเกี่ยวกับงานและประสบการณ์การวาดภาพของพวกเขาทั้งในเขตตัวเมืองและพื้นที่ชนบท ท่านสามารถชมผลงานและอ่านบทสัมภาษณ์ได้ด้านล่าง [portfolio_slideshow] อีสาน เรคคอร์ด – ทำไมต้องเป็นสตรีทอาร์ท? เบบี้เอดตี้ทรี – โดยส่วนตัวได้รู้จักกับวิงค์และฟลอย ซึ่งเคยเล่นกีฬาเอ็กตรีม อย่างบีเอ็มเอ็ก สเก็ตบอร์ดด้วยกัน และเมื่อได้มาคลุกคลีกับรุ่นน้องที่เล่นกีฬาเหล่านี้ ซึ่งอยู่ในวัฒนะธรรมสตรีทอาร์ทอยู่แล้ว เข้าใจว่าอย่างนั้น ก็เลยศึกษาเพิ่มเติมและพบว่าจริงๆ แล้ว สตรีทอาร์ทก็เป็นศิลปะสมัยใหม่แขนงหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นเพอฟอร์มมานซ์ (performance) และเข้าถึงคนได้ง่าย อย่างเราทำงานบนเฟรม ซึ่งทำที่บ้าน คนจะเข้าถึงงานเราได้ ก็ต่อเมื่อเราจัดนิทรรศการ แต่สตรีทอาร์ทคนดูจะเห็นตอนที่เราทำงาน เขาจะถามถึงแนวคิดการทำงาน ซึ่งมันมีความสดและรู้สึกว่ามันสนุก วิงค์ – ก่อนจะจบการศึกษา(คณะศิลปะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ได้รู้ว่ามีการทำงานแบบนี้ด้วยซึ่งก็คือ สตรีทอาร์ท หลังจากที่ผมเรียนจบ ผมก็เห็นช่องว่างระหว่างศิลปะกับคน ซึ่งมีช่องว่างตรงนี้อยู่ ก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ศิลปะเข้าถึงคนได้มากขึ้น เพราะว่าขอนแก่นยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร ความเคลื่อนไหวของศิลปะมีน้อยมาก ผมเลยหยิบเอาการแสดงออกทางศิลปะแบบนี้มานำเสนอ ผมเริ่มสนใจสตรีทอาร์ทหลังจากจบการศึกษา ประมาณสองปีแล้วครับ จริงๆ แล้วผมก็เล่นสเก็ตบอร์ดด้วย ฟลอยด์ – ผมเห็นสตรีทอาร์ทมาตั้งแต่เด็ก แล้วรู้สึกว่าชอบ สนใจแต่ก็ไม่รู้จะสนใจยังไง หลังจากได้ไปเล่นบีเอ็มเอ็กและอยู่ในวงการนี้มานานได้เรียนศิลปะ เมื่อเรียนศิลปะมา ก็เหมือนที่วิงค์บอก…

03/31/2012

Interview: Street Art Hits Khon Kaen

An unlikely movement has taken root in the heart of Khon Kaen: street art. Here, a group of recent college graduates and former skateboarders are taking the city by surprise with the controversial artwork they are painting across the walls of city buildings. They call themselves Dude Factory. Street art has yet to make waves in Isaan but this group of artists has made it their goal to bring the movement to the region. Recently,…

03/27/2012

บทบรรณาธิการ: การกลับไปทำงานของแรงงานไทยในลิเบียก่อนกำหนด

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมจัดหางานได้แถลงถึงการอนุญาตให้ส่งแรงงานไทยกลับไปทำงานยังประเทศลิเบีย แรงงานไทยกว่า ๑๐,๐๐๐ คนที่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมันและก่อสร้างต้องอพยพออกจากประเทศลิเบียซึ่งอยู่ตอนเหนือของทวีปแอฟริกาเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากการโค่นล้มอำนาจของประธานาธิบดี โมฮัมมา อัล กัดดาฟีย์ ในขณะที่แรงงานไทยหลายพันคนกำลังจะกลับเข้าไปทำงานในประเทศลิเบีย ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะพิจาณาว่าโครงการจัดส่งแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศของรัฐบาลนั้นได้มีการคุ้มครองผลประโยชน์ของแรงงานไทยเพียงพอหรือไม่มีความปลอดภัยจริงหรือสำหรับแรงงานไทยในการกลับไปทำงานยังประเทศลิเบีย และรัฐบาลควรจะปฏิบัติอย่างไรเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการเงินของแรงงานเหล่านี้ รายได้ที่มาพร้อมกับการเสี่ยงชีวิต กว่า ๓๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ให้การส่งเสริมแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ และแรงงานส่วนใหญ่ก็มาจากภาคอีสานซึ่งเป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดและมีการพัฒนาน้อยที่สุดของประเทศ ประเทศไทยได้แข่งขันกับอีกสิบกว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ในการจัดหาตำแหน่งงานที่มีค่าจ้างสูงในตลาดงานในต่างประเทศ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประเทศศรีลังกาได้อนุญาตให้แรงงานประเทศของตนกลับไปทำงานยังประเทศลิเบีย นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมจัดหางาน จึงตอบสนองต่อกรณีนี้โดยการเร่งให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบยืนยันถึงความปลอดภัยในประเทศลิเบีย ก่อนที่แรงงานไทยจะถูกแรงงานาวศรีลังกาแย่งงานไป ในการแถลงการณเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายประวิทย์ไม่ได้กล่าวถึงการกลับไปทำงานในลิเบียของประเทศศรีลังกา แต่บอกเพียงว่าสถานทูตไทยในประเทศลิเบียแจ้งว่าประเทศลิเบียกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของกรมจัดหางานฯ ที่ต้องส่งเสริมให้แรงงานไปทำงานยังต่างประเทศอาจต้องแลกด้วยการผ่อนผันเรื่องการรับรองความปลอดภัยของประเทศปลายทาง นโยบายใหม่ของกระทรวงแรงงานได้กำหนดให้กรมจัดหางานฯ เพิ่มจำนวนแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศเป็นร้อยละ ๑๐ ในปี ๒๕๕๕ โดยตั้งเป้าจำนวนทั้งหมดไว้ที่ ๖๐๐,๐๐๐คน แต่เป้าหมายนี้อาจจะไม่สามารถทำได้หากต้องสูญเสียตลาดงานในประเทศลิเบีย ก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อต้นปีที่แล้วประเทศลิเบียเป็นประเทศที่มีแรงงานไทยทำงานอยู่มากเป็นลำดับที่ ๖ จาก ๕๐ กว่าประเทศที่มีแรงงานไทยทำงานอยู่ มีรายงานจากองค์การนิรโทษกรรมสากลเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ประเทศลิเบียเป็นประเทศที่ประสบปัญหา และไร้กฎหมายซึ่งแตกต่างจากการประเมินสถานการณ์ของสถานทูตไทยในประเทศลิเบีย ซึ่งประเมินไว้ว่าประเทศลิเบียกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รายละเอียดจากรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวว่ายังมีกองกำลังติดอาวุธนับร้อยที่ทางการไม่สามารถควบคุมได้ และการกระทำของคนกลุ่มดังกล่าวได้คุกคามต่อความมั่นคงของประเทศลิเบีย ยิ่งไปกว่านั้นรายงานดังกล่าวยังระบุถึงความถี่ของการเกิดการปะทะของกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเป็นผลทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่รายงานขององค์การนิรโทษกรรมที่ชวนให้สงสัยต่อสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศลิเบีย ข้อบังคับใหม่ที่ใช้กับตัวแทนจัดหางานคนไทยให้กับนายจ้างชาวลิเบียนั้นชี้ให้เห็นว่าแรงงานไทยอาจจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ปัจจุบัน การส่งแรงงานไปยังลิเบีย บริษัทจัดหางานต้องทำประกันชีวิตให้กับแรงงาน นอกจากนี้ ตัวแทนจัดหางานต้องส่งแผนอพยพและใบรับรองว่าพวกเขาจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการอพยพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กฎข้อบังคับใหม่ที่ออกในปีนี้ทำให้แน่ใจว่ารัฐบาลไทยไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการอพยพในรอบที่สองเหมือนกับในปี ๒๕๕๔ แม้กฎข้อบังคับใหม่นั้นจะสามารถลดภาระความเสี่ยงทางการเงินของรัฐบาลไทยในการส่งแรงงานไปทำงานในประเทศลิเบีย แต่ข้อบังคับเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงด้านการเงินของตัวแรงงานไทยเองลดลงแต่อย่างใด และความเสี่ยงดังกล่าวก็เห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการส่งแรงงานไทยกลับอย่างกะทันหันในปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายของการส่งแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีนัก ที่บริษัทจัดหางานมักเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากแรงงานซึ่งสูงกว่าที่รัฐกำหนด นายแดง ผิวขำ ชาวอุดรธานีที่ทำงานในประเทศลิเบียมามากกว่าสิบห้าปี กล่าวว่าในการไปทำงานยังลิเบียครั้งแรกนั้นบริษัทจัดหางานจะเรียกเก็บค่านายหน้าประมาณ ๙๐,๐๐๐ บาทและแรงงานส่วนใหญ่ต้องไปกู้เงินที่มีดอกเบี้ยสูงมาจ่าย…

03/21/2012

OP-ED: Thai Migrant Workers’ Return to Libya is Premature

In early February, Department of Employment (DOE) director Prawit Kiengphon authorized the return of Thai workers to Libya. More than 10,000 Thai refinery and construction workers were evacuated from the North African nation in March 2011 after an uprising broke out which resulted in the overthrow of Mu’ammar al-Gaddafi’s authoritarian regime. As thousands of Thais are mobilized for employment in Libya, it is time to consider whether the state’s labor export program sufficiently represents the…

การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และการหวนคืนมาของวิถีเกษตรอินทรีย์

การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย และการหวนคืนมาของวิถีเกษตรอินทรีย์

YouTube มหาสารคาม – ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เจ้าหน้าที่รัฐจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ได้เสนอการทำเกษตรแบบทางเลือกนอกจากการทำเกษตรเคมี และด้วยอุดมการณ์ที่มีประกอบกับทุนสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น พวกเขาได้ริเริ่มโครงการฝึกอบรมและสร้างกลุ่มเครือข่ายเล็กๆ ของเกษตรกรอินทรีย์ขึ้น จากผลการทำงานดังกล่าวชาวนากว่า ๙๐๐ คนในชุมชนของ ๔ จังหวัดภาคอีสานสามารถทำการเกษตรที่หลากหลาย ปราศจากการใช้สารเคมี เกิดองค์ความรู้ และจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ในชุมชน ในช่วงไม่กี่สิบปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนโยบายของรัฐบาลมากมายที่ใช้ในการกระตุ้นให้เกษตรกรปลูกพืช เศรษฐกิจ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และอ้อย ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าว…

03/17/2012

Cashing Out: A Return to Organic Practices

Cashing Out: A Return to Organic Practices

YouTube Version MAHA SARAKHAM – In 1996, a group of government officers from the Agricultural Land Reform Office (ALRO) proposed an alternative to the reigning model of chemical farming. Buoyed…

03/15/2012

อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์พ้นข้อกล่าวหา สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวโทษม.ขอนแก่น

อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์พ้นข้อกล่าวหา สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวโทษม.ขอนแก่น

ขอนแก่น – เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีรายงานตำหนิมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อการปลดนายกิติบดี ใยพูล รักษาการคณบดีนิติศาสตร์ออกจากตำแหน่ง นายกิติบดีถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ จากนั้นเขาได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพราะเชื่อว่าสำนักอธิการบดีใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยเหตุผลทางการเมือง เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สำนักงานอธิการบดีได้ปลดรักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ นายกิติบดีออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาจากการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทำลายเอกสารทางราชการ นายกิติบดีและเจ้าหน้าที่ใต้บัญชายังถูกห้ามเข้าไปภายในเขตคณะนิติศาสตร์และถูกย้ายโอนไปยังคณะอื่น เพื่อเป็นการตอบโต้ นายกิติบดีได้ยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการสิทธิฯ เพื่อให้มีการตรวจสอบที่เหมาะสม นายกิติบดีได้ปฏิเสธเกี่ยวกับการเข้าไปพัวพันกับการทำลายเอกสารทางราชการและเขาเชื่อว่าการที่เขาถูกลงโทษนั้นเป็นเพราะเขาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชนและการเคลื่อนไหวทางสังคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อสรุปว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่มีเหตุผลเพียงพอในการโยกย้ายนายกิติบดีและเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญา และจากรายงานของคณะกรรมการสิทธิฯ ยังได้เร่งให้ทางมหาวิทยาลัยทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ถูกย้ายพ้นข้อกล่าวหา และพิจารณายายเจ้าหน้าที่เหล่านั้นกลับไปทำงานยังตำแหน่งเดิม เนื้อหาบางส่วนในรายงานระบุว่า “ทางมหาวิทยาลัยควรทำหนังสือแสดงความเสียใจต่อข้อผิดพลาด บกพร่อง อันส่งผลกระทบต่อความเข้าใจผิดของประชาคมในมหาวิทยาลัยขอนแก่น…

03/09/2012

สหภาพยุโรปสนับสนุนโครงการภาษาอีสาน

สหภาพยุโรปสนับสนุนโครงการภาษาอีสาน

ขอนแก่น – เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานนอกประเทศแห่งสหภาพยุโรป ได้ให้การสนับสนุนโครงการภาษาอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์และพื้นฟูวัฒนธรรมอีสาน ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยสหภาพยุโรปได้สนับสนุนเงินทุนกว่าห้าแสนยูโรเพื่อจัดทำการรวบรวมภาษาอีสาน เพื่อใช้ในการเรียนรู้ในโรงเรียนเทศบาลต่างๆ และทำป้ายภาษาท้องถิ่น โครงการนี้จะพัฒนาหลักสูตรภาษาอีสานซึ่งจะใช้ในโรงเรียนเทศบาล ๑๗ แห่ง บันทึกและรวบรวมเกี่ยวกับการฟ้อนรำและการแสดงต่างๆ ใช้ป้ายภาษาอีสานอย่างเป็นทางการในเมือง และริเริ่ม “วันอีสาน” ในแต่ละสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐสวมใส่เสื้อผ้าท้องถิ่นของอีสาน ซึ่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองพล ชุมแพ และบ้านไผ่จะทำงานร่วมกันตลอดสี่ปี ด้วยหวังว่าจะทำให้เกิดมุมมองต่อภาษาและวัฒนธรรมอีสานที่ดีขึ้น นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวเปิดงาน(เป็นภาษาอีสาน) เกี่ยวกับความจำเป็นในการรักษาภาษาอีสานไว้ให้คนรุ่นหลัง…

03/08/2012

NHRC Exonerates Law Dean, Condemns KKU

NHRC Exonerates Law Dean, Condemns KKU

KHON KAEN – On February 28, the National Human Rights Commission (NHRC) released a report condemning Khon Kaen University (KKU) for arbitrarily and unjustly dismissing Kittibodi Yaipool from his position…

การปฏิรูปมาตรา ๑๑๒ กลับมาอีกครั้งที่ขอนแก่น พร้อมกับความระมัดระวังที่มากขึ้น

การปฏิรูปมาตรา ๑๑๒ กลับมาอีกครั้งที่ขอนแก่น พร้อมกับความระมัดระวังที่มากขึ้น

ขอนแก่น – เป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่สัปดาห์มานี้ คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา๑๑๒ (ครก ๑๑๒) ได้พยายามที่จะทำการปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (มาตรา ๑๑๒) ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดงานในครั้งน ได้ใช้กลวิธีในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับวิธีการ “ไม่ถาม ไม่ตอบ”  สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) พยายามที่จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งกับมหาวิทยาลัยและเลือกที่จะแจ้งทางโรงแรมขวัญมอว่าการจัดงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ เป็นการจัดงานของ “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน” ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้รับจดหมายชี้แจงจุดประสงค์จากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาฯ และเลือกที่จะไม่ได้ไต่ถามถึงการจัดงานในครั้งต่อไป แม้ว่ากลวิธีที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานของผู้ที่จัดงานนี้อาจจะดูเหมือนไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ แต่มันเป็นดั่งสัญลักษณ์ของการก้าวต่อไปที่อันตราย ซึ่งเป็นสิ่งที่ปัญญาชน และมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ปฏิบัติมาตั้งแต่คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา ๑๑๒ เริ่มมีการรณรงค์ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่จริงแล้ว ในการจัดงานของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา…

03/03/2012

EU Funds Isaan Language Program

EU Funds Isaan Language Program

KHON KAEN – On Thursday, the European External Action Service of the European Union launched its funding for an Isaan language program, The Isan Culture Maintenance and Revitalization Program (ICMRP),…

03/02/2012
image_pdfimage_print