อีสานเปิดบ้านรับโรงงานหลังน้ำท่วมใหญ่

การประชุมครมสัญจรที่จะจัดที่จังหวัดอุดรธานีในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ นี้ นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เตรียมเสนอของงบจากคณะรัฐมนตรี โดยนายวิฑูรย์ และประธานคณะกรรมการนำโดย นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่างแผนของงบประมาณ ๕๐ ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และสร้างพิมพ์เขียวของนิคมอุสาหกรรมผืนแรกในภาคอีสาน

“ขอนแก่นมีปัจจัยหลายอย่างที่สามารถดึงดูดนักลงทุนให้มาที่นี่ เราเป็นศูนย์ของภาคอีสานไม่ว่าจะเป็นระบบลอจิสติก การศึกษา และสุขภาพ และเราก็มีสนามกอล์ฟด้วย” นายวิฑูรย์กล่าว

ถ้าการเสนอของบเป็นไปตามที่นายวิฑูรย์คาดเอาไว้ จะมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นนับพันในโรงงานต่างๆ ที่จะถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าแรงงานชาวอีสานซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของโรงงานนั้นจะย้ายกลับมายังโรงงานใกล้บ้านของตนหรือไม่

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะมาตั้งที่ขอนแก่นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับภูมิคนี้ รัฐบาลได้ออกนโยบายสนับสนุนในเรื่องของการกระจายเขตอุตสาหกรรมออกไปยังภูมิภาคต่างๆ มากว่า๔๐ปีแล้ว แต่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ยังคงกระจุกอยู่ในพื้นที่รอบกรุงเทพและเขตชายฝั่งภาคตะวันออกเท่านั้น ในขณะที่จังหวัดขอนแก่นนั้นมีโรงงานอุสาหกรรมขนาดใหญ่เพียง ๑๕ โรงงาน

ไม่เพียงเท่านั้น นโยบายของรัฐในการกระจายโรงงานต่างๆ ออกไปเพื่อต้องการให้ชาวอีสานมีรายได้มากขึ้น กลับกลายเป็นว่าภาคการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในจังหวัดขอนแก่นกว่าครึ่งยังคงจ้างแรงงานชาวพม่า “โรงงานใหญ่ๆ อย่างโรงงานแห-อวน โรงงานทอผ้า โรงงานผลิตรองเท้า สามในอุตสาหกรรมหลักๆ ทั้งห้าอย่างของขอนแก่น จ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานซะส่วนใหญ่” นายวิฑูรย์กล่าว

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานคนหนึ่งก็ไม่คิดว่านิคมอุตสาหกรรมในอีสานนั้นจะให้ค่าตอบแทนมากพอที่จะดึงดดูดแรงงาน “นักลงทุนที่กำลังจะย้ายฐานการผลิตจะตัดสินใจจ้างแรงงานในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาทหรือไม่” เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวตั้งคำถาม

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น ๓๐๐ บาท ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ เมษายน เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงในพื้นที่กรุงเทพและอีกหกจังหวัดเท่านั้น ส่วนในจังหวัดขอนแก่นค่าแรงขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้น ร้อยละ๔๐ ซึ่งจะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดขอนแก่นอยู่ที่ ๒๓๔ บาทต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ พอสมควร

แม้ว่ายังคงจะเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าแรงงานอีสานจะกลับบ้านหากมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในภาคอีสาน แต่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในอีสานก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน “ตอนนี้ความน่าจะเป็นอยู่ที่ร้อยละ ๗๐ และมีความเป็นไปได้สูงเพราะอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยสร้างความเสียหายกว่าพันล้านบาท” นายวิฑูรย์คาดการณ์ “นักลงทุนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเสี่ยงอีกต่อไป และขณะนี้รัฐบาลยังคงไม่มีแผนระยะสั้นและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ดังนั้นพื้นที่ในภาคอีสานจึงเป็นทำเลทองของนักลงทุน” นายวิฑูรย์กล่าวสรุป

image_pdf