ขอนแก่นพื้นที่สำหรับการปฏิรูปการศึกษา

ผู้เขียน: ลูคาส วินฟิวด์

ขอนแก่น – นักเรียนประถมกว่า ๓๐ คนกำลังเก็บสิ่งของบนกองขยะกองโต บ้างก็เก็บกล่องนมเก่าๆ หลอดด้ายที่ไม่ใช้แล้ว สร้อยคอเก่าๆ และสิ่งมีค่าที่พวกเขาพอจะหาได้จากกองขยะ เพื่อจะนำมาใช้ในการประดิษฐ์งานศิลปะส่งครู เด็กเหล่านี้เป็นนักเรียนประถมของโรงเรียนเทศบาลโนนชัย ซึ่งกำลังเรียนรู้ระบบการจัดการของเสียที่ถูกนำมาทิ้งมามายในพื้นที่ที่เรียกว่า ลานขยะคำบอน  ซึ่งที่ทิ้งขยะนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นเพียง ๒๐ กิโลเมตรเท่านั้น เด็กๆ ต้องรับผลกระทบโดยตรงจากขยะและผลของการบริโภคของคนที่อยู่ในเมือง

หมู่บ้านโนนชัยมีวิธีการที่เรียนรู้ที่แตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อย ในขณะที่เด็กนักเรียนที่อยู่ในวัยเดียวกันที่อื่นได้อ่านหนังสือเรียน ฟังคุณครูสอนในชั้นเรียน แต่เด็กๆ ที่หมู่บ้านโนนชัยกลับไม่ใช่เช่นนั้น ตลอดทั้งปี เด็กๆ ได้เรียนรู้จากพื้นที่จริงและประสบการณ์จริง

โนนชัยจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการเคลื่อนไหวของรูปแบบการศึกษาทางเลือก ในจังหวัดขอนแก่น  เมื่อเร็วๆ นี้ นายกเทศมนตรี นายพีระพล พัฒนพีระเดช ได้ประกาศสนับสนุนการเคลื่อนไหวดังกล่าว และบ่อยครั้งที่เขาเป็นผู้นำในการปฏิรูปด้วยตนเอง

โรงเรียน ๗ แห่ง มีการเรียนการสอนแบบภาพรวม ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือกให้กับนักเรียนในการเรียน ซึ่งการเรียนการสอนดังกล่าวได้ให้อิสระในการไม่ร่วมการประเมินเพื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่นๆ แต่สามารถสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ขึ้นมาเองโดยยึดพื้นฐานความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก

เมื่อห้าปีที่แล้ว ได้มีการก่อตั้งโครงการการศึกษาเบื้องต้นจังหวัดขอนแก่นขึ้น โครงการดังกล่าวได้สนับสนุนเงินทุนและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับครูในจังหวัดขอนแก่น เพื่อทำการทดลองและพัฒนาการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้มากขึ้น  “การศึกษาทางเลือกจะเน้นไปที่การสอนให้เด็กรู้ว่าต้องเรียนอย่างไร มากกว่าการป้อนความรู้ในกับเด็ก” ชุตินธร หัตถพนม รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลโนนชัย อธิบาย

คุณชุตินธรมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้เมือเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ และเริ่มทำการปฏิรูปการศึกษาที่มีอยู่แล้วให้เป็นการศึกษาแบบทางเลือกมากขึ้น สำหรับคุณชุตินธรแล้ว วิธีการนี้เป็นวิธีการที่แตกต่างไปจากการศึกษาแบบเดิมในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งการศึกษาดังกล่าวเน้นให้นักเรียนเอาแต่ท่องจำเกือบทั้งหมด มันเป็นเหมือนรูปแบบที่ตายตัว ที่ครูเป็นผู้มีความรู้ยืนสอนนักเรียนหน้าชั้น และนักเรียนต้องนั่งเรียนอย่างเงียบและฟังอย่างตั้งใจโดยไม่มีเงือนไข

คุณชุตินธรวาดฝันถึงโรงเรียนในประเทศไทยที่ไม่มีการเรียนการสอบแบบลำดับชั้นความสัมพันธ์ของครู –  นักเรียน เธออยากเห็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน (การคิดวิเคราะห์, การแก้ไขปัญหา, การสร้างความสำพันธ์และอื่นๆ ) มากกว่าการฝึกให้ท่องจำ, อ่าน และฟัง เธอยังหวังอีกว่าความรู้ความสามารถของนักเรียนจะมีเพียงพอที่จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับพวกเขาในการเรียนต่อไปเมื่อจบการศึกษา “เพียงเพราะคุณจบการศึกษา นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องหยุดเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ หรือทักษะใหม่ๆ ”

คุณชุตินธรกล่าวอีกว่า ชั้นเรียนของเธอที่โรงเรียนเทศบาลหนองแวง ในจังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จในการใช้การเรียนการสอนแบบทางเลือก มันเป็นเรื่องยากมากที่ครูคนหนึ่งจะทำให้นักเรียนมีแรงบัลดาลใจในการเข้าเรียน ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องเรียนของเธอใหม่เพื่อใช้ในการทดลอง  ด้วยความพยายามที่จะเข้าถึงและทำให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจสำหรับเด็กนักเรียน เธอตัดสินใจที่ปรับเปลี่ยนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษใหม่ โดยการพานักเรียนของเธอไปเรียนในสวนบ้าง จัดค่ายบ้าง หรือแม้กระทั้งพาไปดูพื้นที่ทิ้งขยะ  ผลที่ได้คือนักเรียนมีความสนใจในการเข้าเรียนมากขึ้นโดยเฉลี่ยจากร้อยละ ๗๐ ถึง ๙๕ และตัวนักเรียนเองก็มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของพวกเขา

ในขณะที่มีการสนับสนุนจากเทศบาลในการเคลื่อนไหวของการศึกษาแบบทางเลือก แต่บางครั้งคำสั่งจากหน่วยงานเทศบาลก็ไม่สอดคล้องและในบางครั้งก็เกิดการถกเถียงกัน

โรงเรียนหลายโรงเรียนถูกกดดันอย่างหนักสำหรับการปรับปรุงคะแนนสอบระดับภูมิภาคและระดับชาติ เช่นการสอบวัดความรู้พื้นฐานระดับชาติ(โอเน็ต) ปี๒๕๕๓จังหวัดขอนแก่นได้ลำดับที่ ๔๒ จาก ๗๒ จังหวัด สำหรับวิชาภาษาไทย ดังนั้นโรงเรียนหลายแห่ง เช่น โนนชัยต้องหยุดการเรียนการสอนในช่วงบ่ายของแต่ละวันเพื่อมุ่งติวหนังสือเพื่อทดสอบวัดระดับมาตรฐาน การติวหนังสือจึงถูกขยายเวลามาสอนในวันหยุด ซึ่งนักเรียนจะต้องมาเรียนหนังสือในวันเสาร์

สัญญา มาคาริน ซึ่งเป็นอาจารย์สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่บ้านโนนชัยกล่าวว่า การมุ่งไปที่ผลการสอบทำให้ความสามารถในการสอนของเขาและความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนถูกจำกัด  “การกระทำนี้เป็นสิ่งที่รบกวนนักเรียนและกระบวนการการเรียนรู้ของนักเรียน” นายสัญญากล่าว พร้อมทั้งอธิบายต่อว่า แรงกดดันนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อการทดสอบวัดระดับความรู้มาตรฐาน แต่เป็นเพราะเทศบาลกำลังบีบให้มีการเรียนการสอนตามแบบของโรงเรียนสวนสนุกซึ่งเป็นโรงเรียนหลักของเทศบาล ที่มีการเรียนการสอนแบบเก่า

ที่โรงเรียนสวนสนุกนั้น ครูอาจารย์ต่างก็พากันมุ่งไปที่การเรียนในหนังสือ และความประพฤติเชื่อฟังของเด็กนักเรียน นักเรียนที่นี่เรียนแบบครูเป็นผู้สอน ส่วนนักเรียนคือผู้ฟัง และวิธีนี้ก็ให้ผลสำเร็จโดยนักเรียนที่เรียนที่นี่ทำคะแนนสอบได้สูงกว่าโรงเรียนอื่นๆ และบ่อยครั้งที่นักเรียนของโรงเรียนสวนสนุกจะติดอันดับหนึ่งในสามอันดับแรกของของแข่งขันทางวิชาการ

ความสำเร็จดังกล่าวได้สร้างรูปแบบให้กับโรงเรียนที่อยู่ในเขตเทศบาลต้องทำตาม โรงเรียนนี้จึงมักคุ้นเคยกับการเป็นเจ้าบ้านในการต้อนรับครูจากอีกหลายๆ โรงเรียนที่เข้ามาเรียนรู้วิธีการจากความสำเร็จของพวกเขา

“นักเรียนของโรงเรียนสวนสนุกสามารถเขียนและอ่านได้ เมื่อมีการแข่งขันและพวกเขาก็ชนะ จุดอ่อนของ(รูปแบบ)การเรียนนี้อยู่ที่ แต่ละคนล้วนมีลักษณะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และไม่ทุกคนที่จะชนะ พวกเขาต้องเรียนรู้ถึงความพ่ายแพ้บ้าง” คุณชุตินธรครูโรงเรียนโนนชัยกล่าว ขณะเดียวกันเธอก็ยอมรับในจุดแข็งของโรงเรียนสวนสนุก เธอวิเคราะห์ว่า รูปแบบการเรียนดังกล่าวเน้นไปที่การสอบมากเกินไป ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการเรียน

ขณะที่นายกเทศมนตรีก็ยังคงให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันสำหรับการเรียนการสอนอย่างที่ครูชุตินธรและครูสัญญาได้ทำ แต่ทิศทางของโรงเรียนในอนาคตก็ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากนายพีระพละกำลังจะเกษียณอายุ ซึ่งอาจจะเร็วที่สุดคือช่วงต้นปีหน้า ทำให้ชุตินธรมีความกังวลใจอย่างมาก “ฉันรู้สึกกังวลมากๆ เพราะฉันคิดว่านายกเทศมนตรีคนต่อไปที่จะมารับตำแหน่งคงไม่เข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาทางเลือกอย่างนายกเทศมนตรีคนนี้” ชุตินธรกล่าว


ลูคาส วินฟิวด์ ทำงานทางด้านการศึกษามามากว่าห้าปี ตอนนี้เขาสอนและจัดตั้งหน่วยงานสำหรับครูในจังหวัดขอนแก่น

image_pdf