หมู่บ้านเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานีเติบโตเป็นอำเภอเสื้อแดง

อุดรธานี – ขณะที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังสูญเสียกำลังสนับสนุนและเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ในการจัดการปัญหาน้ำท่วมที่เป็นปัญหาใหญ่อยู่ใน กทม. เสียงสนับสนุนหลักของนางสาวยิ่งลักษณ์ คือกลุ่มคนเสื้อแดงก็กำลังหาหนทางใหม่เพื่อเพิ่มเข้มแข็งในการเคลื่อนไหวและเตรียมรับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยวิตกว่าอาจเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง แกนนำเสื้อแดงหลายคนในจังหวัดอุดรธานีได้เริ่มโครงการที่จะรวบรวมประชาชนในเขตของตน เมื่อเร็วๆ นี้พวกเขาได้เริ่มเปิดตัวเขตอำเภอเสื้อแดงอย่างเป็นทางการ

“เราไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่.” นายสงัด หาญณรงค์ ชาวบ้านจากอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเพิ่งเปิดเป็นอำเภอเสื้อแดงเมื่อเร็วๆ นี้ กล่าว “แต่จุดประสงค์ (ของอำเภอเสื้อแดง) ไม่ใช่เพื่อการต่อสู้กัน จุดประสงค์คือเพื่อให้เราเข้มแข็งขึ้นและติดตามสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ประจักษ์ศิลปาคม ได้เปิดตัวเป็นอำเภอเสื้อแดงอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา อำเภอดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของจังหวัดอุดรธานีซึ่งมีทั้งหมด 41 หมู่บ้านที่เป็นเสื้อแดงทั้งหมด หลังจากนั้น อำเภอโนนสะอาดซึ่งเป็นอำเภอใกล้เคียงก็เป็นอำเภอต่อมาที่มีการฉลองอำเภอเสื้อแดงอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน

โครงการอำเภอเสื้อแดงเป็นโครงการที่ขยายออกมาจากการเคลื่อนไหวของหมู่บ้านเสื้อแดงซึ่งกว่าร้อยหมู่บ้านทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกตัวเองเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าการแสดงพลังสนับสนุนของหมู่บ้านเสื้อแดงจะค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่อำเภอเสื้อแดงอวดอ้างถึงจุดประสงค์เฉพาะและเครือข่ายใหม่ของแกนนำในพื้นที่

นางรัตนาวัน สุขศาลา ผู้ริเริ่มแบบอย่างโครงการอำเภอเสื้อแดงกล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้จุดประสงค์หลักสามประการ คือ เพื่อให้การศึกษาเรื่องความสำคัญของประชาธิปไตย เพื่อการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภายในระดับหมู่บ้าน

เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ด้านประชาธิปไตย ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญและแกนนำเสื้อแดงหลายคน แต่เมื่อถึงเวลาของพิธีปิด การให้ความรู้นี้ก็หยุดไว้แต่เพียงเท่านั้น

แต่สำหรับ นางรัตนาวรรณ อดีตเลขาธิการของ ส.ส.สุรธิน พิมานเมฆินนร์ และที่ปรึกษาของสถานีวิทยุเสื้อแดง 106.75 สิ่งนี้ถือเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยอำเภอเสื้อแดงเพื่อเป็นที่ช่วยรวบรวมเป้าหมายของกลุ่มความเคลื่อนไหวอีกทาง

“(ก่อนอำเภอประจักษ์ศิลปาคมจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ) มีบางคนที่เคยสับสนและถูกชักจูงให้เชื่อในแนวความคิดที่ต่างกันไปหลายอย่าง แต่ตั้งแต่เราได้เริ่มก่อตั้งอำเภอเสื้อแดงมา เหมือนคนเขาจะเข้าใจมากขึ้นว่าเรากำลังทำอะไร” นางรัตนาวรรณกล่าว “ดิฉันรู้สึกว่าเราทุกคนกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม แบบอย่างนี้ก็ได้มีส่วนช่วยปลุกระดมการฝึกปฏิบัติในทางประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นจริง แต่ละหมู่บ้านได้รับผิดชอบเลือกสรรตัวแทน 10 คน ที่จะเข้าร่วมประชุมและถ่ายทอดความรู้ระหว่างเขตเลือกตั้งและกลุ่มคนเสื้อแดงอื่น และในแต่ละหมู่บ้านยังได้รวมตัวกันลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกสินค้าเข้าร่วมโครงการส่งเสริมเศษรฐกิจในท้องถิ่น

“รู้สึกว่าพวกเรารู้จักเกี่ยวกับประชาธิปไตยมากขึ้นแล้วในตอนนี้ ได้รู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหน” หนึ่งในผู้ที่อาศัยอยู่ในอำเภอเสื้อแดงกล่าว

ในกรณีการกวดล้างยาเสพติด อำเภอเสื้อแดงตัวอย่างก็ได้สนับสนุนให้แต่ละหมู่บ้านก่อตั้งเครือข่ายผู้รักษาความปลอดภัยเพื่อเฝ้าระวังเกี่ยวกับยาเสพติดภายในหมู่บ้าน “เราจะจ้างพวกเขาเป็นกะและจ่ายค่าจ้างเหมือนกับผู้รักษาความปลอดภัยทั่วไป เราอยากให้พวกเขารับผิดชอบในการทำงานและสอนพวกเขาว่าการมีงานทำนั้นดีกว่า (การไม่มีงานทำ)” นางรัตนาวรรณ กล่าวเกี่ยวกับแผนในอนาคต และยังมุ่งหาแหล่งสนับสนุนบริจาคจากภาคเอกชนต่างๆ

การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเป็นประเด็นที่เปราะบางสำหรับคนเสื้อแดงหลังจากการเนรเทศอดีตนายกรัฐมนตรีที่คนเสื้อแดงให้ความนับถืออย่าง นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2,500 คน แต่ในบ้านโพนทองของ นายสงัด ชาวบ้านในอำเภอประจักษ์ศิลปาคมกลับไม่ได้มีความกังวลมากนัก

“ทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี (ในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด) เพราะว่าเรามีแผนดำเนินงาน ถ้าเราพบคนที่เสพยาเราต้องการจะส่งพวกเขาไปรับการบำบัด” นายสงัด อธิบาย

ในส่วนโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน แบบอย่างอำเภอเสื้อแดงได้กระตุ้นให้แต่ละหมู่บ้านลงคะแนนเสียงในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านเชื่อมั่นว่าพวกเขามีความสามารถในการผลิตและขายได้ในราคาดี จากนั้นชาวบ้านก็มุ่งหาแหล่งผลิตที่พวกเขาคิดว่ามีความเหมะสม โครงการนี้มีความคล้ายคลึงกับโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP) ของนายทักษิณ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนให้แต่ละตำบลดำเนินการในลักษณะคล้ายคลึงกัน

อย่างไรก็ตาม นางรัตนาวรรณ อ้างว่าโครงการนี้มีความเข้มแข็งกว่าเพราะสามารถกระจายกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางรัตนาวรรณหวังว่าท้ายที่สุดหมู่บ้านจะสามารถเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นการเงินเพื่อที่จะสามารถส่งเสริมในด้านเศรษฐกิจของพวกเขาได้อย่างเหมาะสม หมู่บ้านของนายสงัดได้ลงคะแนนเสียงว่าจะผลิตเสื่อกกขณะที่เพื่อนบ้านของหมู่บ้านใกล้เคียงมุ่งจะผลิตผ้าไหมมัดหมี่

ไม่เพียงแต่จังหวัดอุดรธานีที่เรื่องนำแบบอย่างอำเภอเสื้อแดงมาใช้ “จังหวัดใดก็สามารถทำได้เหมือนกัน ขอแค่เขาเป็นเสื้อแดงและยึดถือในอุดมการเดียวกัน” นางรัตนาวรรณกล่าว

โดยแท้จริงแล้ว สส. และตัวแทนเสื้อแดงจากจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ และขอนแก่นก็ได้เริ่มดำเนินแผนการร่วมกันในพื้นที่หมู่บ้านเสื้อแดงสู่ตำบลและสู่อำเภอ

“เมื่อคน (ในอำเภอเสื้อแดง)รวมตัวกันและทำงานร่วมกันเขามีความรู้สึกเข้มแข็งขึ้นและสามัคคีมากขึ้น สิ่งที่ประเทศของเราขาดแคลนคือความสามัคคี” ส.ส. ขอนแก่นและผู้สนับสนุนอำเภอเสื้อแดงนายธนิก มาศรีพิทักษ์กล่าว เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายธนิก ได้เข้าประชุมกับตัวแทนกลุ่มเสื้อแดงขอนแก่นเกือบสามร้อยคนเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแบบโครงสร้าง ตามคำเรียกร้องของชาวนา และเกษตรกรทั่วไปที่เป็นกลุ่มหลักของคนเสื้อแดงเหล่านี้ การประชุมครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นหลังฤดูการเก็บเกี่ยว

แม้ว่าความเคลื่อนไหวของอำเภอเสื้อแดงจะได้แรงผลักดันมากขึ้นจาก ส.ส.หลายคน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนพอใจกับการเปลี่ยนแปลง

ขวัญชัย ไพรพนา ดีเจชื่อดังคลื่นเรดเรดิโอในจังหวัดอุดรธานีซึ่งมีส่วนรวมในการให้ความดูแลความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเดิมและเป็นฝ่ายที่นางรัตนาวรรณเรียกแบบทีเล่นทีจริงว่า “ศัตรู” คิดว่าการที่ ส.ส. ในพรรคเพื่อไทยให้ความร่วมมือก็เพื่อที่จะรวบอำนาจของกลุ่มคนเสื้อแดง

“ส.ส.ต้องการมีมวลชนเป็นของเขา” นายขวัญชัยกล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้ว “พวกเขาถึงทำแบบนี้ เขาทำให้คนเสื้อแดงที่ไม่ใช่เสื้อแดงจริงๆ ไม่ใช่พวกที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไปอยู่ข้างเดียวกับเขา”

นายขวัญชัยอ้างว่าแนวทางของเขาเป็นทางเลือกที่ต่างจากการเคลื่อนไหวของอำเอเสื้อแดง เพราะแนวทางของเขาเป็นการดึงเอาอำนาจของ ส.ส.มาให้อยู่ในมือของประชาชน ”คนรักอุดรโมเดล” สนับสนุนชาวบ้านให้เข้าร่วมกับกลุ่มคนรักอุดรของนายขวัญชัย (โดยเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน) เพื่อที่พวกเขาจะสามารถพบปะกันในสถานีวิทยุท้องถิ่นและร้านกาแฟเพื่อพูดคุยถึงปัญหาการเมืองในแต่ละวัน

“การก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงมีความสำคัญตรงไหน มันเป็นแค่การแทรกแซง” นายขวัญชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับนายธนิกแล้ว คำตำหนิของนายขวัญขัยเป็นเรื่องปัญหาส่วนตัวเล็กน้อยเท่านั้น “เท่าที่ทราบอยู่ในตอนนี้คุณขวัญชัยไม่ได้สนับสนุนหมู่บ้านเสื้อแดงเพราะเขาเกรงว่ามันจะไปแย่งซีนของเขา” นายธนิก ส.ส.ขอนแก่นกล่าว ที่ที่นายขวัญชัยมองหาเพื่อขยายอุดรโมเดลโดยทั่วภาคอีสานนายธนิกคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว “เพียงเพราะว่าเราชนะแล้ว(การเลือกตั้ง)ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหยุดอยู่กับที่ เราควรจะหันความสนใจมาที่ว่าจริงๆ แล้วเราเป็นใครและเราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้บ้าง”

นี่คือสิ่งที่อำเภอเสื้อแดงสามารถทำได้แม้ว่าคนบางส่วนยังมีความกังวลอยู่ การก่อตังระบบของสถาบันสังคมที่มีความขนานกับนโยบายของรัฐบาลที่ยังมีอยู่แล้วในบางด้านอาจถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออำนาจรัฐ คำถามก็คือ เมื่อกลุ่มประชานิยมกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนปราธิปไตยเห็นว่าสมควรที่กลุ่มจะสร้างนโยบาย ก่อตั้งสหกรณ์ท้องถิ่น และสร้างกลุ่มการเมืองเป็นของตนเอง พวกเขาจะถูกมองว่าอย่างไร

แต่เสื้อแดงบ้านโพนทองในขณะนี้รู้แน่ชัดถึงข้อความที่พวกเขาต้องการส่งออกไป นายสงัด ในฐานะตัวแทนของชาวบ้าน 40คนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ทุกคนอยากจะบอกว่าพวกเรารอคอยวันที่จะได้มีอิระอย่างแท้จริง…และพวกเราต้องการทักษิณกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด!”

แม้ว่าองกรค์ชาวเสื้อแดงมีการสับเปลี่ยนและขยายตัว แต่ข้อเรียกร้องยังคงเป็นเช่นเดิม