ผู้ประสบภัยน้ำท่วมขอนแก่นยกย่องการปฏิบัติงานในการบรรเทาสาธารณภัย

ขอนแก่น – ตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นกระทั่งอาทิตย์ตกดิน นายพงษ์ศักดิ์ ชลชี ขับเรือข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งในภูมิทัศน์ที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ด้วยหน้าที่ของเขาคือสมาชิก อบต.ในเขตอำเภอชนบทที่ถูกน้ำท่วม นายพงษ์ศักดิ์และผู้ช่วยของเขาได้รับมอบหมายหน้าที่ให้คอยช่วยเหลือ 315 ครัวเรือน ในพื้นที่ที่โผล่พ้นน้ำอยู่ใจกลางบึงหนองกองแก้ว ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเป็นต้นมา เขาได้คอยรับ-ส่งอาหาร เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และนักเรียนที่ต้องเดินทางไป-มาโรงเรียน ขณะเดียวกันก็นับถอยหลังถึงวันที่น้ำลดและถนนของบ้านใหม่ศรีวิไลจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ถึงแม้ว่ากรุงเทพมหานครฯ กำลังรอให้น้ำท่วมถึงจุดสูงสุด แต่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว นายพงษ์ศักดิ์เป็นเพียงแค่ตัวอย่างย่อมๆของโครงการอีกจำนวนมากที่คอยบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดขอนแก่นที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วจังหวัด หน่วยงานรัฐบาลหลายหน่วยงาน วัดต่างๆ โรงเรียนหลายโรง มหาวิทยาลัยหลายสถาบัน โรงพยาบาลหลายแห่ง และจำนวนผู้คนที่มาช่วยเป็นการส่วนตัวที่ไม่สามารถประมาณจำนวนได้ ได้เข้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อพยพที่มีเกือบ 45,000 คน ในจังหวัดขอนแก่น

Oct-27-Flood-Relief

พระคุณ เจ้าจากนิกายธรรมยุติ จากมหาวิทยาลัยสงฆ์มหามงกุฏ และ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมให้แก่ ชาวบ้านที่บ้านใหม่ศรีวิไล อำเภอชนบท

ในเทศบาลตำบลพระลับ บริเวณเขตชานเมืองของจังหวัดขอนแก่น มีผู้อพยพมาจากบ้านพระคือมากกว่า 700 คนที่ขณะนี้ได้ใช้ไหล่ถนนทางหลวงเป็นบ้านที่พักอาศัย ล่าสุดพวกเขาบอกว่าการบรรเทาสาธารณภัยมีส่วนช่วยค่อนข้างมาก

“ตั้งแต่ภัยพิบัตินี้เกิดขึ้น มีผู้คนจำนวนมากพยายามเข้าให้ความช่วยเหลือและนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถคาดหวังได้” นายเสด็จ       นาเมืองจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านพระคือ กล่าว ขณะนั่งบนเก้าอี้พับใต้เต๊นท์แห่งหนึ่งในจำนวนเต๊นท์ที่กางติดกันกว่า 36 เต๊นท์ บริเวณริมถนน “เรายังโชคดีกว่าคนอื่นเพราะว่าเราพักอยู่บนถนนทางหลวงและมีผู้คนผ่านไปมาพบเห็นพวกเราและนำอาหารมาให้”

นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลืออย่างไม่เป็นทางการจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมาแล้ว ชาวบ้านพระคือยังได้รับความช่วยเหลือจากการบริจาคจำนวนมากจากวัดหลายแห่งในพื้นที่ เทศบาลก็นำอาหารมาแจกจ่ายทุกวันและมีคณะแพทย์และพยาบาลมาให้บริการจากโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งให้การรักษาในเรื่องของการตรวจสุขภาพทั่วไป แจกจ่ายยารักษาโรค และบริการนวดเพื่อผ่อนคลายความเครียดโดยไม่คิดค่าบริการ

“ทางจังหวัดมอบหมายให้เราช่วยทำในส่วนนี้ตามงบประมาณที่เรามีก่อนและจะมีการแทนคืนทีหลัง แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะแทนคืนเมื่อไหร่และเป็นจำนวนเท่าไหร่” แพทย์หญิงรุจิราลักขณ์ พรหมเมือง หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลขอนแก่น กล่าว “แต่ทีมแพทย์ที่ไปให้บริการมักจะกลับมาด้วยความสุข ดังนั้นทางเราก็มีความยินดีที่จะให้การช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่ในขณะนี้”

ช่วงแรกในการอพยพสู่ที่อยู่ใหม่ นายเสด็จ ผู้ใหญ่บ้านพระคือ ได้เริ่มส่งหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ ด้วยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อหนังสือนี้เข้าไปถึงอธิการบดีของมหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ ข้าวกล่องจำนวน 250 กล่องก็ได้ปรากฎขึ้น ณ เต๊นท์ที่พักของชาวบ้าน ด้วยความเอื้อเฟื้อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตัวแทนจากสำนักอธิการบดีแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่าจำนวนข้าวกล่องที่นำไปให้ชาวบ้านเป็นเพียงส่วนปลีกย่อยของการดำเนินการช่วยเหลือที่ทางมหาวิทยาลัยให้กับทั่วทั้งภูมิภาค นักศึกษาคณะต่างๆ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ ได้ส่งอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือในการฟื้นฟูเครื่องมือการทำไร่นาที่ได้รับความเสียหาย ให้คำแนะนำชาวบ้านเกี่ยวกับการฟื้นฟูไร่นา และการให้บริการตรวจรักษาสุขภาพ มหาวิทยาลัยยังมีการรณรงค์เพื่อรับบริจาคจากบุคคลภายนอกทั่วไปที่มีจิตศรัทธาซึ่งมียอดบริจาคเป็นวงเงินเกือบ 1 ล้านบาท แล้ว ณ ตอนนี้

เบื้องหลังการบรรเทาสาธารณภัยนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่นได้มีความเห็นว่าการบรรเทาสาธรณภัยนี้ได้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีแล้ว ในขณะเดียวกันก็ได้รวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดจากภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจในการให้บริการความช่วยเหลือต่างๆ

แม้ว่าทางสำนักงานจะมีความพอใจในการพยายามบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นในระดับหนึ่งก็ตาม หัวหน้าสำนักงานยังได้ตระหนักถึงความลำบากที่ต้องเผชิญในการแก้ไขปัญหาระยะยาว

“ปัญหาอย่างหนึ่ง ก็คือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละจังหวัดมีงบประมาณเพียงจังหวัดละ 50 ล้านบาท และนั่นไม่ยุติธรรมนัก” นางสุพรรัตน์ แสงมาลี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดขอนแก่นกล่าว “ตัวอย่างเช่น จังหวัดขอนแก่นมีหลายอำเภอและมีจำนวนประชากรมากกว่าจังหวัดอื่นๆ หลายจังหวัด” หลังจากได้ร้องเรียนเข้าไปยังศูนย์กลางที่กรุงเทพมหานครฯ จังหวัดขอนแก่นก็ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 50 ล้านบาท ในปีนี้ และได้ใช้ไปแล้วกว่า 80 ล้านบาท จนถึงปัจจุบัน

Oct-27-Temporary-Toilet

สุขาเคลื่อนที่ที่ได้รับการสนับสนุนโดยเทศบาลตำบลพระลับ ลอยอยู่บริเวณหน้าบ้านชาวบ้านในหมู่บ้านพระคือ

“ดิฉันคิดว่าเรายังขาดแคลนในหลายๆ อย่าง” นางสุพรรัตน์อธิบาย “เราต้องการเรือที่ดีกว่านี้และเรายังขาดแคลนห้องน้ำอีกมาก คงจะดีกว่านี้ถ้าทางกรุงเทพฯมีการจัดสรรอุปกรณ์ที่ใช้ในภัยน้ำท่วมไว้ก่อนหน้าที่เหตุการน้ำท่วมจะเกิดขึ้น และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เราเรียกหน่วยงานนี้ว่า หน่วยงานป้องกันภัย”

ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น แพทย์หญิง รุจิราลักขณ์ จากโรงพยาบาลขอนแก่นได้มีความเห็นที่สนับสนุน ในความกังวลของนางสุพรรัตน์ โดยกล่าวถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มีต้นกำเนิดมาจากการขาดแคลนเครื่องสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็น “เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลหลายคนมีความเป็นห่วงในเรื่องของห้องน้ำสาธารณะที่ไม่เพียงพอในพื้นที่ ชาวบ้านอาจจะขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทาง ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคเกิดการกระจายตัวได้” ขณะนี้ อาสาสมัครจากโรงพยาบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบน้ำ ในบริเวณพื้นที่น้ำท่วมทั้งจังหวัดเพื่อวิเคราห์หาความเสี่ยง

ในขณะที่เจ้าหน้าที่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกลุ่มเชี่ยวชาญหลายฝ่ายได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือและให้คำแนะนำสำหรับอนาคต ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมดูเหมือนว่าจะมุ่งหน้าสู่จุดหมายอันเดียวกัน

ปัญหาหลักคือ เราต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินในการปลูกข้าวใหม่ เราต้องการให้รับบาลช่วยเราตั้งตัวในการประกอบอาชีพ” นายสัมฤทธิ์ ไสวันหวั่ง หนึ่งในผู้ใหญ่บ้านของอำเภอชนบท กล่าว “ไม่ต้องนึกถึงฤดูการเก็บเกี่ยวที่จะถึงนี้เลย เราต้องมองต่อไปในฤดูการหน้า” ภัยน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายเกือบ 350,000 ไร่ นี่เฉพาะเพียงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเท่านั้น

มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำท่วมในเขตภาคอีสานจะลดลงอย่างมากในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้