นโยบายข้าวยิ่งลักษณ์ขัดขวางการทุจริตในท้องถิ่น

ขอนแก่น – รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเริ่มใช้นโยบายจำนำข้าวเมื่อวันพฤหัสบดีนี้ใน 31 จังหวัด ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่านโยบายใหม่นี้จะให้ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยต่อเกษตรกรที่มีผืนนาน้อยแต่จะก่อให้เกิดการติดสินบนและการทุจริตมากยิ่งขึ้นท่ามกลางเจ้าของโรงสีและนักการเมืองภายในประเทศ อย่างไรก็ตามเกษตรกรหลายคนในชนบทของประเทศไทย ให้ความคิดเห็นว่านโยบายนี้ช่วยขัดขวางการทุจริตในระดับหมู่บ้าน

“นโยบายประกันราคาข้าวของรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ เป็นนโยบายที่สอนให้ชาวนาทุจริต” นายอุดม พันธ์พระศรี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเจ้าหอมมะลิและข้าวเหนียว ในบ้านยางหย่อง จังหวัดขอนแก่น กล่าว “บางทีผมก็ทำนา5 ไร่จากนาที่มีทั้งหมด18 ไร่และผมอาจจะสามารถลงจำนวนที่นาทั้งหมด 18 ไร่เพื่อขอประกันราคาข้าวก็ได้” นายอุดม กล่าวอย่างยิ้มเยาะ

ตอนนี้ เกษตรกรไม่เพียงแต่ตอบรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนเท่านั้น แต่ยังเชื่อด้วยว่านโยบายนี้ยังเอื้อต่อการประกอบธุรกิจเพราะจะเป็นรางวัลแก่เกษตรกรผู้ที่ทำงานหนักและเปิดทางให้เกษตรกรที่ไม่มีที่นาอย่างเป็นทางการได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เช่นกัน

นโยบายที่รัฐบาลของนายกยิ่งลักษณ์ให้คำมั่นสัญญานี้ได้ชนะใจและได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นในเขตเลือกตั้งชนบทเช่นเดียวกับสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตรผู้เป็นพี่ชาย และนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ยังได้มีนโยบายเพิ่มราคาข้าวขึ้นเกือบ 50% โดยเสนอการจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิให้เกษตรกร ในราคา 20,000 บาท /ตัน และ 15,000 บาท/ตัน สำหรับข้าวเปลือกข้าวเหนียว

ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่นาสามารถลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ทันทีหลังการปลูกข้าว จากนั้นตัวแทนจาก ธกส. จะดำเนินการคำนวณผลผลิตที่คาดหมายจะได้รับและหลังจากนั้นจะจ่ายผลต่างระหว่างราคาประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงและราคาที่รัฐบาลรับประกันไว้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะอ้างว่ามีมาตรการการติดตามผลผลิตทางการเกษตรในที่นานั้นๆอย่างสม่ำเสมอ แต่เกษตรกรบ้านยางหย่อง ก็ได้เล่าอย่างเปิดเผยถึงกลอุบายและการทุจริตในระดับหมู่บ้านที่เกิดขึ้นดาษดื่น

นางจงกลรัตน์ การรื่นศรีผู้จัดการ ธกส.สาขาขอนแก่น ยอมรับเกี่ยวกับแนวโน้มนี้ว่า “ภายใต้การนำตามนโยบายของคุณอภิสิทธิ์ บ่อยครั้งที่คนที่มาจำนำไม่มีปริมาณข้าวมากเท่ากับจำนวนที่มาแจ้งไว้แต่ต้น” กล่าว ในการสัมภาษณ์

มีชาวบ้านหลายคนร้องเรียนว่าเจ้าของที่นาจะให้สินบน หรือขอร้องให้เพื่อนบ้านรับรองจำนวนข้าวที่พวกเขาอ้างว่าตนปลูก ด้วยการลงนามของพยานเช่นนี้ เจ้าของที่นาจึงสามารถลวงเจ้าหน้าที่ตัวแทนของรัฐบาลและไม่ปลูกข้าวตามจำนวนที่นาที่แจ้งไป ไม่เอาใจใส่ดูแลข้าวที่ตนปลูก หรืออ้างว่าน้ำท่วมที่นาทั้งๆที่ตนไม่เคยปลูกข้าวในนาผืนนั้นเลย ในที่สุดเจ้าของที่นาก็ได้รับค่าเสียหายตามจำนวนที่นาที่ตนมี หากแต่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงที่พวกเขาได้ทำการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่อย่างใด

“ดิฉันคิดว่านโยบายของคุณอภิสิทธิ์เป็นนโยบายที่ดีเพราะว่ารัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือพวกเราที่เป็นชาวนาโดยเฉพาะด้านการเงิน แต่มันเป็นผลเสียเมื่อผู้คนเริ่มหาผลประโยชน์จากนโยบายนี้” นางนงเยาว์ ฤทธาพรม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเหนียววัย 27 ปี กล่าว

ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยกับนโยบายใหม่เรื่องการจำนำข้าว เกษตรกรจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินกู้หลังจากพวกเขาได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเท่านั้น เช่นนี้แล้ว เกษตรกรเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเจ้าของที่นาจะไม่สามารถโกหกเกี่ยวกับจำนวนข้าวที่พวกเขาได้ทำการปลูก

รศ.ดร. สมพร อิศวิลานนท์ จากสถาบันคลังสมองของชาติ แห่งประเทศไทย อธิบายจากการสัมภาษณ์ทางอีเมลล์ว่า เขามีความเป็นห่วงในเรื่องการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายของนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่าของนายอภิสิทธิ์ “ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ อาจจะมีการทุจริตบ้างเล็กน้อยในการแจ้งจำนวนผืนนาที่เพาะปลูกจริง” รศ.ดร.สมพร เขียนมาในอีเมมล์“แต่ผมคิดว่ามันเป็นแค่ปัญหาเล็กๆ”

แต่ดร.สมพรจะเน้นไปที่ว่าเจ้าของโรงสีอาจปฏิบัติตามกฎกติกาที่ตั้งไว้ไม่ครบถ้วน อย่างเช่น ตอนนี้มีสิ่งจูงใจในการแทนที่ข้าวคุณภาพดีด้วยข้าวคุณภาพต่ำ นอกจากนี้ เหล่านักการเมืองหลายคนที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลโรงสีบางแห่งก็ถูกสั่งให้บรรลุเป้าของจำนวนข้าวที่กำหนดไว้สมาชิกคณะกรรมการข้าวกล่าวว่าข้อกำหนดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเจ้าของโรงสีกับนักการเมืองสามารรถนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการทุจริต

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบ้านยางหย่องก็ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดจากโรงสีมากนักแต่ กังวลว่านโยบายนี้จะมีการจ่ายค่าตอบแทนที่ยุติธรรมมากยิ่งขึ้นแก่สมาชิกในชุมชนหรือไม่

จากการเริ่มดำเนินการตามนโยบายจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย เกษตรกรบางคนก็มีความยินดีที่ได้เห็นการกลับมาของระบบสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ต้องเช่าที่นาจากเพื่อนบ้านที่มีฐานะดีกว่า จากรายงานของธนาคารโลกในปี 2554 ประเทศไทยมีเกษตรกรที่ไม่มีที่นาเป็นของตนเองอย่างเป็นทางการประมาณ 14.4 ล้านคน เป็นเปอร์เซ็นที่สูงมากของจำนวนชาวนา ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์โดยใช้นโยบายประกันราคาข้าว เจ้าของนาสามารถเอาเปรียบชาวนาที่มาเช่าปลูกหลายล้านคนเพราะที่นาเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของนาไม่ใช่ของผู้เช่าซึ่งพวกเขาไม่สามารถขอรับผลต่างจากราคาเกณฑ์กลางกับราคาที่รัฐบาลตั้งไว้ได้ แต่ตอนนี้พวกเขามีความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเนื่องจากผลผลิตจากการเพาะปลูกข้าวเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่ผืนนา

Oct-7-Story-Chart-Rice-Policy-Comparison-THAI-Finalเกษตรกรรายหนึ่งจากบ้านหนองงูเหลือมกล่าวว่าในชุมชนของเธอนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของนามากกว่า 20 ไร่มีผู้เช่าผืนนาของพวกเขา “คนที่เช่าที่นาก็จะจ่ายค่าเช่าให้เจ้าของนาและพยายามขายผลผลิตข้าวของพวกเขา แต่ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เมื่อเจ้าของที่นาได้รับค่าส่วนต่างแล้วก็จะไม่แบ่งส่วนนี้ให้กับผู้ที่เช่าที่นาของตนแต่อย่างใด

“ถ้าผู้คนซื่อสัตย์ต่อกันตลอดเวลา นโยบายของนายอภิสิทธิ์ก็น่าจะได้ผล แต่เป็นเพราะคนเราไม่ซื่อสัตย์” นายสมใจ ฤทธาพรมกล่าว เขาเช่าที่นาจำนวน5 ไร่จากที่นาของเพื่อนบ้านในหมู่บ้านยางหย่อง นายสมใจได้เห็นการตกต่ำของรายได้เพื่อนเกษตรกรที่เช่าผืนนาปลูกข้าวเหมือนกันในสมัยของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เจ้าของที่นาที่มักมาก เลือกที่จะไม่แบ่งค่าผลต่างที่ตนได้รับจากรัฐบาลให้กับผู้ที่เช่านาของตน

เนื่องจากนโยบายของพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาแทนที่ นายสมใจและเพื่อนเกษตรกรเชื่อมั่นว่าเกษตรกรที่ไม่มีที่นาเป็นของตัวเองจะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมมากกว่าที่เคยได้รับ โดยราคาข้าวได้เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในขณะนี้ คาดว่ารายได้ของเกษตรกรจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

“มีหลายคนโกงกิน” เกษตรกรบ้านหนองงูเหลือมผู้ไม่ขอออกนาม กล่าวอย่างไม่พอใจ “แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทยป้องกันไม่ให้เจ้าของที่นาแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนจากรัฐบาลและผู้ที่ทำนาในไร่นาของพวกเขา” เกษตรกรรายดังกล่าว กล่าวเพิ่มเติม

นโยบายการจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยจะสิ้นสุดวาระในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555

 

image_pdf