ชาวบ้านต่อสู้เพื่อสิทธิของคณบดีคณะนิติฯ

ขอนแก่น  –  สมาชิกจำนวน 150 ของเครือข่ายคนอีสานประท้วงอยู่ด้านนอกสำนักอธิการบดีเมื่อวานนี้ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมในกรณีการสั่งปลดรักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ เพียงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ นายกิตติบดี ใยพูล ซึ่งขณะนั้นรอการเลื่อนขั้นให้รับตำแหน่งคณบดีพบว่า เขาถูกสั่งห้ามเข้าใกล้พื้นที่คณะนิติศาสตร์โดยแทบไม่ได้รับการชี้แจง ประชาชนที่มาชุมนุมเมื่อวานเกรงว่าการสั่งปลดนั้นเกิดจากการที่นายกิตติบดีมีความโดดเด่นในการเคลื่อไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน

นางมณี บุญรอด (ขวา) ตัวแทนเครือข่ายคนอีสาน ยื่นคำร้องต่อ รศ.ดร. สมหมาย ปรีเปรม รองธิการบดีฝ่ายการคลังและทรัพย์สิน

นางมณี บุญรอด (ขวา) ตัวแทนเครือข่ายคนอีสาน ยื่นคำร้องต่อ รศ.ดร. สมหมาย ปรีเปรม รองธิการบดีฝ่ายการคลังและทรัพย์สิน

ชาวบ้านจาก 19 จังหวัดมาเพื่อแสดงการสนับสนุนอาจารย์กิตติบดีและเจ้าหน้าที่ที่ได้ช่วยให้ชุมชนในชนบทหลายๆ ที่ซึ่งมีปัญหาทางกฎหมาย ชาวบ้านบางคนอ้างว่าพวกเขาได้เรียนรู้วิธีการปกป้องที่ดินพวกเขาจากการได้รับคำปรึกษาทางกฎหมายจากนาย กิตติบดี และนักเรียนของเขา ส่วนชาวบ้านคนอื่น ๆ รู้สึกขอบคุณนายกิตติบดีที่เป็นผู้ริเริ่มโครงการสอนกฎหมายให้ประชาชนเดือนละสองครั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สอนชาวบ้านถึงวิธีการใช้กฎหมายเพื่อรักษาวิธีชีวิตของพวกเขา ชาวบ้านทั้งหมดนี้มาชุมนุมต่อสู้เพื่อสิทธิของชายที่ได้ใช้เวลาหลายปีในการสอนให้พวกเขารู้วิธีการต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง

การชุมชุมสิ้นสุดลงเมื่อผู้นำของเครือข่ายคนอีสานได้ยื่นคำร้องต่อตัวแทนจากสำนักงานอธิการบดี จดหมายของพวกเขาได้เรียกร้องให้อธิการบดีชี้แจงทิศทางในอนาคตของคณะนิติศาสตร์ เหตุผลในการปลดนายกิตติบดี และนโยบายของมหาวิทยาลัยเรื่องการให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการกิจกรรมของมหาวิทยาลัย ข้อเรียกร้องเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากมีการกล่าวหามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการออกคำสั่งปลดเมื่อไม่นานมานี้

แม้ว่านายกิตติบดี ได้ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนคณบดีคณะนิติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2549 แต่คณะกรรมการเพิ่งจะเสนอชื่อนายกิตติบดีให้เข้ารับตำแหน่งคณบดีอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ซึ่งจะเริ่มวาระครองตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2554  อย่างไรก็ตาม หลังจากวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกิตติบดีก็ไม่ได้รับหนังสือการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากอธิการบดี นายกิตติบดี จึงได้ร่างจดหมายเพื่อขอคำชี้แจงโดย มีพนักงานมหาวิทยาลัย 27 คนลงนามด้วย

จากนั้น ในวันที่ 16 มิถุนายน “วันไหว้ครู” นายกิตติบดีได้มาถึงคณะนิติศาสตร์และพบว่ามีการปิดแผ่นประกาศที่มีข้อความกล่าวหาว่าเขา และพนักงานอีก 6 คนมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำลายเอกสารทางการ ประกาศเหล่านั้นลงนามโดยอธิการบดีของมหาวิทยาลัย รศ.ดร. กิตติชัย ไตรรัตรนศิริชัย นอกจากนี้ ในประกาศยังได้ทำการห้ามบุคคลทั้ง 7 คนไม่ให้เข้ามาในคณะอีกด้วยอีกทั้งใบประกาศบางแผ่นก็มีการติดรูปถ่ายของผู้ถูกกล่าวหาไว้ใต้คำสั่งของอธิการบดี

ชาวบ้านมาชุมนุมหน้าสำนักงานอธิการบดี

ชาวบ้านมาชุมนุมหน้าสำนักงานอธิการบดี

ตอนนี้ นายกิตติบดี โต้แย้งว่าสิทธิของเขาถูกล่วงละเมิด “ผมถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล” เขาชี้แจงในการสัมภาษณ์ “หลักการของสิทธิมนุษยชนบัญญัติไว้ว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ว่าผิดจริง” เขาหวังว่ามหาวิทยาลัยจะอนุญาตให้มีการสืบสวนที่เป็นธรรมและโปร่งใสในกรณีนี้ นายกิตติบดีได้ยืนกรานว่า ไม่มีเอกสารหายไปในขณะที่เขาดำรงตำแหน่ง

“นี่คือการใช้อำนาจโดยมิชอบที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสมัยนี้” นายกิตติบดีกล่าว “และยิ่งคณะนิติศาสตร์แล้ว ยิ่งไม่ควรเกิดขึ้น นี่ถือเป็นภัยคุกคามต่อสิทธิมนุษยชนของผม”

เพื่อให้การอุทธรณ์ของตนเองมีน้ำหนักมากขึ้น นายกิตติบดีได้นำเสนอกรณีของเขาไปยังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา และในวันที่ 24 มิถุนายนเขาได้เข้าแจ้งความกับตำรวจอย่างเป็นทางการเรื่องการปลดตำแหน่งโดยมิชอบ

อย่างไรก็ตาม นายกิตติบดี ไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะมีการตรวจสอบที่ยุติธรรม เขาเชื่อเช่นเดียวกับชาวบ้านว่าเขาได้รับการลงโทษเพราะมีส่วนร่วมในคดีสิทธิมนุษยชน ซึ่งเขาอธิบายว่าสังคมไทยมักจะมองว่าเป็นการโจมตีอำนาจรัฐ นายกิตติบดีกล่าวว่าเพื่อนร่วมงานหลายคนได้เตือนอย่างเงียบ ๆ ว่าสิทธิมนุษยชนเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและเขาไม่ควรที่จะไปเกี่ยวข้อง ทันใดนั้น เสียงกระซิบของเพื่อนร่วมงานก็ราวกับเป็นเหมือนคำพยากรณ์ล่วงหน้า

แม้จะเกรงกันว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นสาเหตุให้นายกิตติบดีต้องสูญเสียอาชีพการงาน แต่มหาวิทยาลัยนั้นยังคงยืนยันในทิศทางตรงกันข้าม รศ. ดร.สมหมาย ปรีเปรม รองอธิการบดีฝ่ายการคลังและทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ประกาศหลังจากที่ออกมาจากสำนักอธิการบดีเพื่อรับจดหมายของชาวบ้านว่า

“ผมยังคงยืนยันว่าที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับทุกคน ไม่ว่ายากจนหรือไม่ ” แต่เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เกี่ยวกับกรณีการห้ามนายกิตติบดีเข้าไปในคณะนิติศาสตร์และยืนยันว่ามหาวิทยาลัยได้ดำเนินการตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

นางมณี บุญรอด ผู้ยื่นคำร้องของชาวบ้านให้กับดร. สมหมายได้สรุปทิ้งท้ายก่อนที่เธอนั้นจะเดินทางกลับไปอุดรธานีว่า “เราเชื่อว่านายกิตติบดีถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” เธอกล่าว “เรามอบจดหมายฉบับนี้โดยหวังที่จะเห็นว่า มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่อย่างยุติธรรม”